โป๊ปฟรานซิสยังคงมีอาการทรงตัวในวันอังคาร หลังเกิดภาวะการหายใจล้มเหลวเฉียบพลันเมื่อวันจันทร์ จนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

สำนักวาติกันอัปเดตอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เมื่อคืนวันอังคารที่ 4 มี.ค. 2568 ระบุว่า อาการประชวรของพระองค์ยังคงทรงตัว หลังเกิดภาวะการหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน 2 ครั้งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยในวันอังคารไม่มีอาการหายใจล้มเหลว หรือหลอดลมหดเกร็งเกิดขึ้น

“พระองค์ยังทรงไม่มีไข้ ตื่นตัวตลอดเวลา ให้ความร่วมมือกับการรักษา และมีสติ” แถลงการณ์ของวาติกันระบุ

ทั้งนี้ โป๊ปฟรานซิสพระชนมายุ 88 พรรษา ประทับที่โรงพยาบาลเจเมลลี ในกรุงโรม ตั้งแต่ 14 ก.พ. แล้ว เพื่อรักษาอาการปอดบวมที่ปอดทั้ง 2 ข้าง โดยในวันเสาร์ที่ 22 ก.พ. วาติกันใช้คำว่าโป๊ปฟรานซิสอยู่ในอาการวิกฤติเป็นครั้งแรก แต่อาการของพระองค์ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจนออกจากภาวะวิกฤติได้เมื่อสัปดาห์ก่อน

ในวันจันทร์ที่ผ่านมา โป๊ปประสบภาวะการหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน 2 ครั้ง (acute respiratory failure) อันเป็นผลจากการสะสมอย่างมีนัยสำคัญของเสมหะในหลอดลม จนทำให้ทางเดินหายใจแคบลง จนแพทย์ต้องให้พระองค์ใช้หน้ากากออกซิเจนและเครื่องช่วยหายใจ

นี่นับเป็นครั้งที่ 2 ที่เครื่องช่วยหายใจถูกใช้งาน โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 28 ก.พ. ซึ่งโป๊ปฟรานซิสเกิดอาการหดเกร็งของหลอดลม (bronchospasm) ทำให้เกิดการอาเจียนและอาการทางเดินหายใจทรุดลงเฉียบพลัน ส่งผลให้พระองค์ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเป็นเวลา 2 วัน

อย่างไรก็ตาม อัปเดตในวันอังคารระบุว่า โป๊ปฟรานซิสกลับไปรับการรักษาด้วยออกซิเจนการไหลสูง (high-flow oxygen therapy) อีกครั้งแล้ว และในช่วงกลางวัน พระองค์สวดมนต์ภาวนาสลับกับการพักผ่อน และรับศีลมหาสนิทในช่วงเช้า

...

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc