โป๊ปฟรานซิสอาการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยยังต้องได้รับออกซิเจนการไหลสูง แต่วาติกันไม่ใช้คำว่าอาการวิกฤติในแถลงการณ์แล้ว
สำนักวาติกันอัปเดตอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ในช่วงค่ำวันพฤหัสบดีที่ 27 ก.พ. 2568 ระบุว่า อาการประชวรของพระองค์ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยโป๊ปฟรานซิสได้รับออกซิเจนอัตราการไหลสูงสลับกับการใช้หน้ากากเวนทูรี
“ด้วยความซับซ้อนในสถานการณ์ทางคลินิกของพระองค์ จำเป็นต้องรออีกหลายวันเพื่อให้อาการมั่นคง จึงจะสามารถมีการทำนายโรคที่ชัดเจนได้” แถลงการณ์ของวาติกันระบุ
สำนักวาติกันยืนยันว่า โป๊ปฟรานซิสใช้เวลาช่วงเช้าไปกับการบำบัดทางเดินหายใจและพักผ่อน และหลังการรักษาในช่วงบ่ายพระองค์ก็สวดมนต์ภาวนาที่โบสถ์ขนาดเล็กบนชั้น 10 ของโรงพยาบาลเจเมลลี รับศีลมหาสนิท จากนั้นพระองค์จึงทรงงานอื่นๆ ต่อ
ด้านแหล่งข่าวในสำนักวาติกันบอกกับสำนักข่าว เอบีซี นิวส์ ว่า “นี่เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ไม่มีการพูดถึงอาการวิกฤติ” ในการอัปเดตอาการประชวรของโป๊ปฟรานซิส “เราจึงสามารถพูดได้ว่าเราออกจากช่วงที่วิกฤติที่สุดแล้ว และเรากลับไปสู่คำที่เราใช้อธิบายก่อนหน้านี้คือ ภาพรวมซับซ้อน”
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่า การที่แพทย์ยังไม่สามารถทำนายโรคได้หมายความว่า พวกเขายังมีความกังวลอยู่
ทั้งนี้ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประทับที่โรงพยาบาลเจเมลลี ในกรุงโรม ตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2568 หลังมีอาการปอดอักเสบมาหลายวัน โดยผลตรวจชี้ว่า โป๊ปมีอาการติดเชื้อหลายชนิดในระบบทางเดินหายใจส่วนบน และเป็นปอดบวมในปอดทั้ง 2 ข้าง
ต่อมาในวันเสาร์ (22 ก.พ.) วาติกันระบุเป็นครั้งแรกว่าโป๊ปฟรานซิสมีอาการวิกฤติ หลังพระองค์เผชิญกับ “ภาวะวิกฤติด้านทางเดินหายใจคล้ายโรคหอบหืดเป็นเวลานาน” ทำให้ต้องได้รับออกซิเจนในปริมาณมาก และต้องได้รับการถ่ายเลือดเพื่อรักษาอาการโลหิตจาง จากนั้นในวันอาทิตย์ผลตรวจก็พบสัญญาณของอาการไตวายระยะแรกเริ่ม ซึ่งสามารถควบคุมได้
...
เมื่อวันจันทร์วาติกันอัปเดตว่า อาการของพระองค์ยังอยู่ในภาวะวิกฤติ แต่ปัญหาเกี่ยวกับไตของพระองค์ดีขึ้นเล็กน้อย ส่วนเมื่อวันอังคาร พระองค์มีอาการทรงตัว และไม่มีอาการทางเดินหายใจเฉียบพลันกำเริบแล้ว และในวันพุธสัญญาณของโรคไตวายของพระองค์ก็ลดลง ในขณะที่ผลตรวจเลือดดีขึ้นด้วย
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : abcnews