• การประชุมแบบปิด ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย กำลังจะมีขึ้น เพื่อหารือเกี่ยวกับสันติภาพยูเครน แต่งานนี้ผู้นำยูเครนและชาติยุโรป กลับถูกกันไม่ให้เข้าร่วมประชุมด้วย สร้างความกังวลในยุโรปเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการทำข้อตกลงลับที่เอื้อประโยชน์ต่อรัสเซีย และลดทอนบทบาทของยูเครนในกระบวนการสันติภาพ
  • ซาอุดีอาระเบียถูกเลือกให้เป็นสถานที่จัดการเจรจาระหว่างผู้นำสหรัฐฯ-รัสเซีย สะท้อนถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของซาอุฯ ในเวทีการทูตโลก เนื่องจากซาอุฯ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งสหรัฐฯ และรัสเซีย โดยเฉพาะในด้านพลังงานและการค้า อีกทั้งยังเคยเป็นเจ้าภาพการเจรจาระหว่างยูเครนและรัสเซียมาก่อน
  • ทางด้านผู้นำชาติสมาชิกสหภาพยุโรป และสหราชอาณาจักร เปิดการประชุมฉุกเฉินที่กรุงปารีส ของฝรั่งเศส เพื่อหารือวิธีตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายยูเครนของรัฐบาลสหรัฐฯ ตลอดจนปรับวิธีคิดใหม่ และเพิ่มการป้องกันอย่างเร่งด่วนในช่วงที่มาถึงจุดเปลี่ยนด้านความมั่นคงของยุโรปมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซีย เกี่ยวกับสงครามในยูเครนจะมีขึ้นที่ซาอุดีอาระเบีย ในวันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ นี้ โดยนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายสตีฟ วิทคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษตะวันออกกลาง และนายไมค์ วอลทซ์ ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ ต่างเดินทางถึงยังซาอุดีอาระเบียเพื่อเตรียมเข้าร่วมการเจรจา 

ขณะที่ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวว่า การเจรจายุติสงครามยูเครนที่ดำเนินมานานเกือบ 3 ปี จะเริ่มขึ้นในทันที หลังจากได้สนทนาทางโทรศัพท์อย่างยาวนานและสร้างสรรค์ กับประธานาธิบดีปูติน ของรัสเซีย ซึ่งถือเป็นการสนทนาครั้งแรกระหว่างสองประธานาธิบดี นับตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนที่แล้ว ทรัมป์ยังกล่าวว่า ซาอุดีอาระเบียมีบทบาทสำคัญในการเจรจา และเป็นส่วนสำคัญของนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ภายใต้การดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขา

...

รายงานข่าวระบุว่า ทางด้านรัฐบาลรัสเซียกำลังจัดตั้งคณะเจรจาระดับสูงเพื่อเข้าร่วมการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงบุคคลระดับสูงทางการเมือง ข่าวกรอง และเศรษฐกิจ รวมถึงคิริล ดมิทรีเยฟ เจ้าหน้าที่รัสเซียผู้มีบทบาทสำคัญในเบื้องหลังข้อตกลงการปล่อยนักโทษของสหรัฐฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ทางการซาอุดีอาระเบีย เปิดเผยว่า ซาอุดีอาระเบียจะทำหน้าที่มากกว่าแค่เป็นเจ้าภาพเท่านั้น และจะมีส่วนร่วมในบทบาทการไกล่เกลี่ยด้วย โดยทีมงานของซาอุดีอาระเบียจะนำโดยที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของประเทศ

นายคีธ เคลล็อกก์ ผู้แทนรัสเซีย-ยูเครนของรัฐบาลทรัมป์ กล่าวว่า รัสเซียจะต้องยอมประนีประนอมเพื่อยุติสงครามในยูเครนและการประชุมจะหารือเกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องอาณาเขตเป็นหลัก และอาจรวมถึงการสละการใช้กำลังด้วย แม้ประธานาธิบดีปูติน จะไม่ยินยอมลดขนาดกองกำลังทหารของเขา แต่สหรัฐฯ หวังว่าจะใช้โอกาสนี้ในการโน้มน้าวผู้นำรัสเซีย 

เหตุใดต้องเป็นที่ซาอุฯ

การที่ซาอุดีอาระเบียเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมหารือระดับผู้นำของสหรัฐฯ และรัสเซีย เป็นการตอกย้ำความปรารถนาของซาอุดีอาระเบียที่จะก้าวขึ้นเป็นประเทศที่มีบทบาทระดับโลก สามารถประสบความสำเร็จในการเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างประเทศ และเป้าหมายที่เป็นไปได้อีกประการหนึ่งคือการเพิ่มอิทธิพลของซาอุฯ ในการเจรจาในอนาคตเกี่ยวกับชะตากรรมของฉนวนกาซาหลังสงคราม

ในการประชุมระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซีย ทางซาอุฯคาดหวังว่าจะทำหน้าที่มากกว่าการเป็นเจ้าภาพ แต่ยังทำหน้าที่เป็นคนกลางด้วย ซึ่งสถานที่จัดการเจรจาครั้งนี้ นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซียระบุว่า เป็นสถานที่ที่เหมาะสม กับทั้งสหรัฐฯ และรัสเซีย ถือกันโดยทั่วไปว่าเป็นสถานที่แห่งชัยชนะของมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ผู้นำซาอุดีอาระเบีย ซึ่งกำลังทำภารกิจเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศที่ร่ำรวยน้ำมัน และอดีตที่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มอิสลามแนวคิดหัวรุนแรง ให้กลายเป็นประเทศที่สามารถสร้างอำนาจต่อรองได้ นอกจากนี้ยังเป็นผู้ที่ทรงมีสายสัมพันธ์อันดีทั้งกับทรัมป์และปูตินมานานหลายปี

ทรัมป์ยื่นข้อเสนอปูตินก่อนการเจรจา 

การประชุมครั้งนี้ จะเป็นการที่รัฐบาลทรัมป์ได้ช่วยยุติการถูกโดดเดี่ยวของประธานาธิบดีปูตินในเวทีนานาชาติ ทำลายความสามัคคีของชาติตะวันตกในความขัดแย้ง และสร้างความสงสัยว่าสหรัฐฯ จะไปได้ไกลแค่ไหนในการปกป้องยุโรป ซึ่งเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญไปทางรัสเซีย และออกห่างจากยุโรป พันธมิตรดั้งเดิมของสหรัฐฯ

...

ก่อนหน้านี้ ผู้ช่วยของทรัมป์ยังปลุกความกังวลว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะยอมรับข้อตกลงใดๆ กับปูตินหรือไม่ แม้ว่าข้อตกลงนั้นจะไม่เป็นผลดีต่อยูเครนและทวีปยุโรป ที่มีพรมแดนถูกคุกคามจากการขยายตัวของรัสเซีย

แม้ว่าสหรัฐฯ อาจวางแผนให้การเจรจาสันติภาพเกี่ยวกับยูเครนเกิดขึ้นโดยที่ชาติพันธมิตรในยุโรปไม่มีส่วนร่วมโดยตรง ในการเจรจา แต่ในขณะเดียวกันสหรัฐฯ ยังคาดหวังให้ยุโรปจัดหาหลักประกันความปลอดภัยและกองกำลังทหารเพื่อสนับสนุนข้อตกลงที่เกิดขึ้น ซึ่งสร้างความกังวลให้กับรัฐบาลยุโรป เนื่องจากพวกเขาอาจต้องแบกรับภาระทางความมั่นคงโดยไม่มีอำนาจต่อรองในข้อตกลงสันติภาพระหว่างทรัมป์กับปูติน

ทางด้านนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวถึงการประชุมครั้งนี้ว่าเป็นการติดตามผลจากการโทรศัพท์คุยกันระหว่างทรัมป์กับปูตินเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เขาบอกว่าอีกไม่กี่สัปดาห์และไม่กี่วันข้างหน้าจะเป็นตัวตัดสินว่าเรื่องนี้จริงจังหรือไม่ เพราะอย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดแล้ว การโทรศัพท์คุยกันเพียงครั้งเดียวไม่สามารถทำให้เกิดสันติภาพได้ การโทรศัพท์คุยกันเพียงครั้งเดียวไม่สามารถคลี่คลายสงครามที่ซับซ้อนเช่นนี้ได้

...

ชาติยุโรปประชุมฉุกเฉินหารือสถานการณ์ยูเครน

ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพการประชุมฉุกเฉินร่วมกับบรรดาผู้นำของยุโรปในวันจันทร์ เพื่อหารือเรื่องสถานการณ์ในยูเครนภายใต้การเปลี่ยนแปลงท่าทีของสหรัฐฯ และการประชุมระหว่างผู้นำสหรัฐฯ-รัสเซีย ที่กำลังจะมีขึ้น รวมทั้งคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ว่ายุโรปจะไม่มีส่วนร่วมในการเจรจาสันติภาพที่มีเป้าหมายยุติสงครามในยูเครน

ประเทศที่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้รวมถึงผู้นำอังกฤษ เยอรมนี อิตาลี โปแลนด์ สเปน เนเธอร์แลนด์และเดนมาร์ก โดยมีเลขาธิการองค์การนาโต้ มาร์ค รุทเทอ ประธานสภายุโรป อันโตนิโอ คอสตา และประธานคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป เออร์ชูลา ฟ็อน แดร์ ไลเอิน เข้าร่วมด้วย

นายอันโตนิโอ คอสตา ประธานสภายุโรป กล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ยุโรปส่งสัญยาณชัดเจนว่า ความมั่นคงของยูเครนและสหภาพยุโรป ไม่สามารถแยกจากกันได้ และจะไม่มีการเจรจาที่สำเร็จและน่าเชื่อถือ และไม่มีสันติภาพในระยะยาว หากไม่มียูเครนและสหภาพยุโรปเข้าร่วมในการเจรจา

ก่อนหน้านี้ เคียร์ สตาร์เมอร์  นายกรัฐมนตรีอังกฤษยืนยันว่า รัฐบาลอังกฤษพร้อมส่งกำลังทหารเข้าไปในยูเครนเพื่อทำหน้าที่รักษาความสงบภายหลังสงครามสิ้นสุดลง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการรุกรานของรัสเซีย จากนั้นบรรดาผู้นำในยุโรปหลายคนออกมายืนยันการสนับสนุนต่อยูเครน.