ตัวประกันชายชาวอิสราเอล 3 คน กับนักโทษชาวปาเลสไตน์อีก 183 คน ได้รับการปล่อยตัวแล้ว โดยฝ่ายอิสราเอลออกมาแสดงความกังวลเรื่องสภาพอิดโรยของพลเมืองของพวกเขา
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เอลี ชาราบี, โอฮัด เบน อามี และ ออร์ ลีไว 3 ตัวประกันชาวอิสราเอล ได้รับการปล่อยตัวแล้ว ตามข้อตกลงหยุดยิง โดยพวกเขาถูกส่งตัวให้เจ้าหน้าที่กาชาดที่เมืองเดียร์ อัล-บาลาห์ เมื่อวันเสาร์ที่ 8 ก.พ. 2568 หรือ 491 วันหลังจากถูกกลุ่มฮามาสจับไปตั้งแต่ 7 ต.ค. 2566
การปล่อยตัวประกันทั้ง 3 คนดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ตรงข้ามกับภาพความวุ่นวายในการปล่อย 2 ตัวประกันอิสราเอลกับ 5 ตัวประกันไทยเมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะที่อิสราเอลก็ดำเนินการปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์ที่พวกเขาคุมขังเอาไว้จำนวน 183 คน เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน
หลังจากถูกส่งตัวให้เจ้าหน้าที่กาชาดแล้ว ตัวประกันทั้ง 3 คน ก็ถูกส่งตัวต่อให้แก่ทหารของกองกำลังป้องกันอิสราเอลที่ประจำการในฉนวนกาซา ซึ่งขนส่งพวกเขากลับไปอิสราเอล และพาทั้ง 3 คนเข้ารับการตรวจสอบทางการแพทย์เบื้องต้น และอนุญาตให้พบกับครอบครัวของตัวเองได้อีกครั้ง
...
อย่างไรก็ตาม ตัวประกัน 3 คนที่ถูกปล่อยตัวล่าสุด ดูผอมลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะนาย ลีไว ซึ่งถูกปล่อยตัวด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม อยู่ในสภาพอ่อนแอเป็นพิเศษ
ทางการอิสราเอลออกมาประณามการดูแลตัวประกันของกลุ่มฮามาส โดยระบุว่าสภาพของตัวประกันนั้น “น่าตกใจ” และพวกเขาจะไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้โดยไม่กระทำการใดๆ ด้านกลุ่มช่วยเหลือครอบครัวตัวประกันและผู้สูญหายของอิสราเอล ระบุว่า ภาพของตัวประกันที่ออกมาดูน่ากังวลมาก
ทั้งนี้ นายเบน อามี วัย 56 ปี กับนายชาราบี วัย 52 ปี ถูกลักพาตัวจากบ้านของพวกเขาในคิบบุตซ์ เบเอรี ห่างจากชายแดนฉนวนกาซาราว 4 กม. โดยที่ภรรยากับลูกสาวของนายชาราบีถูกสังหาร พี่ชายของนายชาราบี ชื่อ ยอสซี ชาราบี ก็ถูกลักพาตัวไปด้วยกัน และเสียชีวิตภายในฉนวนกาซา
ส่วนนายลีไว ถูกลักพาตัวระหว่างที่กลุ่มฮามาสบุกโจมตีงานเทศกาลดนตรี “โนวา” ซึ่งทำให้ เอย์นาฟ ภรรยาของเขาเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม นายลีไวจะได้กลับไปพบหน้าลูกชายของเขา ที่ตอนนี้มีอายุ 3 ขวบแล้วอีกครั้ง
อนึ่ง ตอนนี้ฮามาสปล่อยตัวประกันแล้ว 16 คนจากทั้งหมด 33 คนตามที่สัญญาเอาไว้ในข้อตกลงหยุดยิง โดยที่ฝ่ายอิสราเอลอ้างว่า ตัวประกัน 8 จาก 33 คนในรายชื่อที่กลุ่มฮามาสให้กับพวกเขานั้น เสียชีวิตไปแล้ว
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cnn