เลบานอนกล่าวหาอิสราเอล ยิงโจมตีผู้คนเสียชีวิต 22 ศพ บาดเจ็บอีกนับร้อยราย ในภาคใต้ของเลบานอน หลังจากเส้นตายถอนทหารผ่านพ้น

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 ม.ค. 2568 กระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนออกมากล่าวหาอิสราเอลว่ายิงโจมตีผู้คนในภาคใต้ของประเทศ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 22 ศพ บาดเจ็บอีก 124 คน ในขณะที่เส้นตายการถอนทหารออกจากดินแดนหลายส่วนในเลบานอนผ่านพ้นไปแล้ว แต่ทหารอิสราเอลรวมถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังไม่ถอนกำลังออกไป

ข่าวระบุว่าในช่วงเช้าวันอาทิตย์ ชาวบ้านเลบานอนหลายพันคนเดินทางกลับไปยังเมืองและหมู่บ้านบริเวณชายแดนที่พวกเขาอพยพจากมา แม้ว่ากองทัพอิสราเอลกับเลบานอน และสหประชาชาติ จะพยายามเตือนแล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวยังไม่ปลอดภัย

ฝ่ายอิสราเอลระบุว่า ข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลา 60 วันที่พวกเขาทำไว้กับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ไม่ได้บังคับใช้อย่างเต็มที่ และยังไม่แน่ชัดว่า ยังมีทหารอิสราเอลกี่คนที่ยังอยู่ในเลบานอน หรือจะประจำการอยู่ต่อไปอีกนานเพียงใด

ด้านกระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนระบุว่า ทหารอิสราเอลโจมตีผู้คนในขณะที่พวกเขาพยายามจะเข้าไปในสถานที่ที่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพอิสราเอล จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว ขณะที่กองทัพเลบานอนระบุว่า มีทหารของพวกเขา 1 นายเสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ด้วย และบาดเจ็บอีก 1 ราย

กองทัพอิสราเอลเผยว่า ทหารของพวกเขายิงปืนเตือนในหลายพื้นที่ในภาคใต้ของเลบานอน และจับกุมผู้ที่พวกเขาระบุว่าเป็น “ภัยคุกคามอย่างปัจจุบันทันด่วน” ได้หลายราย โดยไม่เจาะจงว่ามีผู้คนถูกยิงหรือไม่

ทั้งนี้ ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับเลบานอนกำหนดให้กองทัพอิสราเอลกับนักรบกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ของเลบานอน ถอนกำลังและอาวุธออกจากพื้นที่ในภาคใต้ของเลบานอน จากนั้นให้กองทัพเลบานอนส่งทหารหลักพันนายมาประจำการ แทนที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์

...

อย่างไรก็ตาม ทูตตะวันตกคนหนึ่งผู้ไม่ประสงค์ออกนาม บอกกับสำนักข่าวบีบีซีว่า อิสราเอลต้องการเวลามากกว่านี้เพื่อทำลายโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในภาคใต้ของเลบานอน และแผนการเบื้องต้นคืออาจขยายเวลาอีก 30 วัน

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สถานีโทรทัศน์ อัล มานาร์ (Al Manar) ของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ดูเหมือนจะพยายามกระตุ้นให้ประชาชนเดินทางกลับไปยังภาคใต้ของประเทศ และในบางพื้นที่ มีขบวนรถประดับธงสีเหลืองเขียวของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ เดินทางไปส่งประชาชนด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc