สหรัฐฯ ขยายขอบเขตการบังคับใช้นโยบายเร่งเนรเทศผู้อพยพผิดกฎหมายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ตามแผนการปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมายของโดนัลด์ ทรัมป์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 22 ม.ค. 2568 รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกระดับการจัดการกับผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการขยายขอบเขตการบังคับใช้นโยบาย “โยกย้ายเร่งด่วน” (expedited removal) ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ไม่ใช่แค่พื้นที่ชายแดน

มาตรการดังกล่าวจะเร่งเนรเทศผู้อพยพที่ไม่มีเอกสาร และไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าพวกเขาอยู่ในสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี โดยเดิมทีมาตรการนี้จะส่งผลจำกัดแค่ผู้อพยพผิดกฎหมายที่ถูกจับภายในระยะ 100 ไมล์ (160 กม.) จากชายแดนสหรัฐฯ ที่เชื่อมต่อกับต่างประเทศ แต่ตอนนี้มาตรการจะถูกใช้ทุกพื้นที่ในสหรัฐฯ แล้ว

ทั้งนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ สัญญาว่าจะเนรเทศผู้อพยพผิดกฎหมายในประเทศครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และจะประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติบริเวณชายแดนสหรัฐฯ กับเม็กซิโก เพื่อให้รัฐบาลสามารถส่งทหารกับทรัพยากรต่างๆ ไปเพิ่ม เพื่อรับมือกับการลักลอบเข้าประเทศ

ความเปลี่ยนแปลงล่าสุดเป็นหนึ่งในมาตรการด้านผู้อพยพและชายแดนจำนวนมากที่นายทรัมป์บังคับใช้ภายในช่วง 3 วันแรกหลังจากรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการเมื่อ 20 ม.ค.ที่ผ่านมาเท่านั้น

โดยประกาศที่โพสต์บนเว็บไซต์ของสำนักงานลงทะเบียนกลาง (Federal Register) ของสหรัฐฯ ระบุว่า การขยายขอบเขตของนโยบายโยกย้ายเร่งด่วนเริ่มมีบังคับใช้ในช่วงค่ำวันที่ 21 ม.ค. เพื่อเพิ่มความมั่นคงและความปลอดภัยสาธารณะ ในขณะที่ลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาล ด้วยการอำนวยความสะดวกในการตัดสินใจเรื่องผู้อพยพอย่างรวดเร็ว

...

อย่างไรก็ตาม การขยายขอบเขตการบังคับใช้นโยบายนี้สามารถโต้แย้งได้ในชั้นศาล

อนึ่ง ตามปกติแล้ว ผู้อพยพผิดกฎหมายที่ถูกจับกุมตัวในสหรัฐฯ จะได้รับหมายแจ้งเพื่อให้ไปปรากฏตัวในศาลคนเข้าเมือง และพวกเขาสามารถชี้แจงปัญหาของพวกเขาเพื่อขอลี้ภัยได้ โดยกระบวนการเนรเทศจะยังไม่สามารถเริ่มขึ้นได้จนกว่าผู้พิพากษาจะมีการตัดสินใจ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc