เดย์ล แฮดดอน นางแบบรุ่นใหญ่ชาวแคนาดา ถูกพบเสียชีวิตในบ้านของลูกสาว ขณะที่มีชายอีกคนป่วยหนักอาการวิกฤติ เนื่องจากเกิดการรั่วไหลของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เดย์ล แฮดดอน นักแสดงและนางแบบอาวุโสชาวแคนาดา เสียชีวิตภายในบ้านหลังหนึ่ง ในรัฐเพนซิลเวเนีย ขณะที่อีกคนที่อยู่ด้วยกันกับเธอ ป่วยหนักต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล โดยสาเหตุเกิดจากการรั่วไหลของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์

ตำรวจท้องถิ่นระบุว่า พวกเขาได้รับแจ้งเหตุในเวลา 6.31 น. วันศุกร์ที่ 27 ธ.ค. 2567 ตามเวลาท้องถิ่น ว่ามีชายวัย 76 ปีหมดสติที่ชั้น 1 ของอาคารแยกของบ้านหลังหนึ่งในเขต บักส์ เคาน์ตี นอกจากนั้นยังพบหญิงวัย 76 ปี ซึ่งได้รับการยืนยันในเวลาต่อมาว่าคือ เดย์ล แฮดดอน เสียชีวิตอยู่ภายในห้องนอนบนชั้น 2

ชายที่ถูกพบในที่เกิดเหตุได้รับการยืนยันตัวว่าคือนาย วอลเตอร์ เจ. บลูคัส ซึ่งลูกชายแต่งงานกับลูกสาวของแฮดดอน โดยตอนนี้เขามีอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ และกำลังรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในรัฐนิวเจอร์ซีย์

บ้านที่เกิดเหตุเป็นของ ไรอัน แฮดดอน อดีตนักข่าวและลูกสาวของนางแฮดดอน กับ มาร์ก บลูคัส สามีของเธอ โดยการสืบสวนเบื้องต้นพบความผิดปกติที่ท่อไอเสียของระบบทำความร้อนภายในบ้าน ส่งผลให้เกิดการรั่วไหล

ตำรวจเผยอีกว่า ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ปริมาณมากภายในบ้านยังส่งผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินที่ไปถึงเป็นกลุ่มแรก ทำให้แพทย์ 2 คนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ขณะที่ตำรวจอีกนายได้รับการรักษาในที่เกิดเหตุ

ทั้งนี้ เดย์ล แฮดดอน เกิดและเติบโตในรัฐควิเบก ประเทศแคนาดา และเริ่มต้นอาชีพในฐานะนักบัลเลต์ ก่อนจะย้ายไปอยู่สหรัฐฯ เพื่อไล่ตามความฝันการเป็นนางแบบ โดยเธอเป็นนางแบบให้กับแบรนด์เครื่องสำอางชื่อดังหลายเจ้าทั้ง “เอสเต ลอเดอร์” (Estée Lauder) และ “ลอริอัล” (L'Oreal) นอกจากนั้นยังขึ้นปกนิตยสารมากมาย

...

แฮดดอนยังมีโอกาสได้เข้าร่วมการแสดงภาพยนตร์ โดยเธอแสดงในภาพยนตร์เรื่อง “World's Greatest Athlete” ซึ่งฉายเมื่อปี 2516 และเรื่อง “North Dallas Forty” ฉายในปี 2522

ไรอันโพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมเพื่อรำลึกถึงผู้เป็นแม่ของเธอว่า “เดย์ลมีหัวใจที่บริสุทธิ์และใช้ชีวิตได้อย่างยอดเยี่ยม” “เธอเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง แต่ก็อ่อนโยนและห่วงใยทุกคน เธอยังเป็นคนอยากรู้อยากเห็นและมีความคิดสร้างสรรค์อย่างลึกล้ำ พร้อมกับความงดงามทั้งภายนอกและภายใน เมตตาและเอาใจใส่อยู่เสมอ”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc