จีนเผยพบการระบาดของ "โนโรไวรัส" ตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา จนล่าสุดมีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น และต้องมีการประกาศปิดโรงเรียน ล่าสุดมีการออกแนวทางปฏิบัติสำหรับประชาชนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด
เว็บไซต์ข่าวไชน่า เดลี ของทางการจีนรายงานว่า สำนักงานควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติของจีน ได้ออกแนวปฏิบัติทางเทคนิคสำหรับการป้องกันและฆ่าเชื้อ "โนโรไวรัส" (norovirus)ในโรงเรียนและพื้นที่สำคัญอื่นๆ รวมถึงโรงเรียนอนุบาลและศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ โดยแนวปฏิบัติเน้นย้ำว่าควรแยกผู้ติดเชื้อออกทันที และควรดำเนินการฆ่าเชื้อในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด
แนวทางปฏิบัติยังเน้นย้ำว่าเชื้อโนโรไวรัส สามารถแพร่ระบาดได้ง่าย และผู้คนทุกกลุ่มอายุสามารถได้รับเชื้อได้เหมือนกัน และภูมิคุ้มกันหลังการติดเชื้อมักจะไม่แข็งแรง การติดเชื้อแบบเป็นกลุ่มมักเกิดขึ้นบ่อยในสภาพแวดล้อมที่มีผู้คนหนาแน่น อาทิ โรงเรียน ศูนย์ดูแลเด็ก และผู้สูงอายุ
นอกจากนี้ยังย้ำว่า ไวรัสนี้แพร่กระจายผ่านการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อน การสัมผัสพื้นผิวหรือสิ่งของที่ปนเปื้อนโดยผู้ติดเชื้อ และการสัมผัสละอองในอากาศจากการอาเจียนของผู้ติดเชื้อ โดยบอกว่า โนโรไวรัสมีความต้านทานสูงต่อน้ำยาฆ่าเชื้อทั่วไป ไม่วาจะเป็นแอลกอฮอล์ 75% หรือเจลล้างมือ โดยทางที่ดีควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อแบบเข้มข้นสูงและวิธีการฆ่าเชื้อทางกายภาพที่เหมาะสมเพื่อกำจัดไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม เมื่อต้องสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ แนะนำให้ใช้สารฆ่าเชื้อที่มีส่วนผสมของคลอรีนในการทำความสะอาดบริเวณที่ปนเปื้อนจากการอาเจียนหรืออุจจาระของผู้ติดเชื้อ โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารปนเปื้อนโดยตรง นอกเหนือจากการฆ่าเชื้อแล้ว แนวปฏิบัตินี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติสุขอนามัยประจำวัน อย่างการล้างมืออย่างถูกวิธีและการปรุงอาหารให้สะอาด
...
รายงานข่าวอ้างคำเปิดเผยของเจ้าหน้าที่จากสำนักงานการศึกษาท้องถิ่นที่ระบุว่า เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา มีนักเรียนจาก 3 ชั้นเรียนของโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งในเมืองชี่หยาน มณฑลหูเป่ย ได้รับเชื้อจนต้องหยุดเรียนเป็นเวลา 1 สัปดาห์
ส่วนในเมืองผู่เอ๋อ มณฑลยูนนาน นักเรียนอย่างน้อย 18 คนในโรงเรียนประถมศึกษาได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคติดเชื้อโนโรไวรัส เมื่อกลางเดือนตุลาคม โดยเด็กนักเรียนที่ป่วยทั้งหมดมีอาการอาเจียนและปวดท้อง จากนั้นในเดือนเดียวกันนั้น โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งในเมืองซีอาน ซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลส่านซี รายงานว่ามีเด็กติดเชื้อจำนวน 48 ราย โดยมีอาการอาเจียนและท้องเสีย