เกาหลีเหนือแสดงความเห็นต่อความพยายามประกาศกฎอัยการศึกของประธานาธิบดียุน ซอก ยอล ที่ล้มเหลว โดยเปรียบเทียบว่าเหมือนกับการก่อรัฐประหาร และกล่าวหาว่าประธานาธิบดีพยายามดำเนิน "ระบบเผด็จการฟาสซิสต์"

เกาหลีเหนือแสดงความเห็นต่อความพยายามประกาศกฎอัยการศึกของประธานาธิบดียุน ซอก ยอล ที่ล้มเหลว โดยเปรียบเทียบว่าเหมือนกับการก่อรัฐประหาร และกล่าวหาว่าประธานาธิบดีพยายามดำเนิน "ระบบเผด็จการฟาสซิสต์"

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ปธน. ยุนได้ออกแถลงการณ์ โดยกล่าวหาผู้ที่แสดงความเห็นใจเกาหลีเหนือว่า พยายามบ่อนทำลายรัฐบาลเกาหลีใต้ ขณะที่อนาคตทางการเมืองของเขายังคงไม่มีความแน่นอน โดยสมาชิกพรรครัฐบาลปฏิเสธที่จะลงมติถอดถอนเขา

บทความในหน้า 6 ของหนังสือพิมพ์แห่งชาติเกาหลีเหนือ "โรดอง ซินมุน" เมื่อวันพุธ (11 ธ.ค.) ระบุว่า "การกระทำที่ไร้สติ" ของยุนนั้น "คล้ายกับการก่อรัฐประหารในยุคเผด็จการทหารเมื่อหลายสิบปีก่อน" บทความดังกล่าวระบุว่า "เขาใช้ดาบและปืนของเผด็จการฟาสซิสต์ขู่ประชาชนของตัวเองอย่างหน้าด้านๆ"

ความคืบหน้าดังกล่าวได้ "เผยให้เห็นจุดอ่อนในสังคมเกาหลีใต้ การประกาศกฎอัยการศึกอย่างกะทันหันของยุนเป็นการแสดงออกถึงความสิ้นหวัง และชีวิตทางการเมืองของยุนอาจจบลงก่อนเวลาอันควร" บทความในหนังสือพิมพ์โรดอง ซินมุน ยังมีรูปถ่ายการประท้วงในกรุงโซล รวมถึงภาพของเยาวชนเกาหลีใต้ที่ถือป้ายและแท่งไฟของศิลปินเค-ป๊อป

ด้านสำนักข่าวเคซีเอ็นเอของเกาหลีเหนือ รายงานเกี่ยวกับความวุ่นวายทางการเมืองของเกาหลีใต้ที่ยังคงดำเนินต่อไป โดยรายงานดังกล่าวไม่ได้แสดงความเห็นมากนัก แต่รายงานข่าวจากสื่อเกาหลีใต้และสื่อต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ โดยเน้นไปที่การประท้วงครั้งหนึ่งซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 1 ล้านคน เพื่อเรียกร้องให้ถอดถอนนายยุน

...

สำนักข่าวเคซีเอ็นเอรายงานว่า "หุ่นเชิดยุน ซอก ยอล ซึ่งเผชิญกับวิกฤตการปกครองและการถอดถอนที่ร้ายแรงประกาศกฎอัยการศึกอย่างไม่คาดคิด และปล่อยอาวุธของเผด็จการฟาสซิสต์ใส่ประชาชน" "การกระทำบ้าคลั่งของเขาซึ่งชวนให้นึกถึงการรัฐประหารในสมัยเผด็จการทหารเมื่อหลายสิบปีก่อน ทำให้เกิดการประณามอย่างรุนแรงจากทุกภาคส่วน รวมถึงพรรคฝ่ายค้าน และยังทำให้ประชาชนมีความกระตือรือร้นต่อการถอดถอนมากขึ้นไปอีก"

การประกาศกฎอัยการศึกเพียงไม่กี่ชั่วโมงของนายยุน ทำให้เกาหลีใต้เข้าสู่ความวุ่นวายทางการเมือง เขาถูกสั่งห้ามมิให้เดินทางออกนอกประเทศในขณะที่ถูกสอบสวนในข้อหากบฏ แม้ว่าจะไม่ชัดเจนว่าเขายังมีอำนาจอยู่หรือไม่ก็ตาม

ขณะที่มีความกลัวว่า เกาหลีเหนืออาจเลือกที่จะใช้ประโยชน์จากวิกฤตินี้และยั่วยุเกาหลีใต้ ในขณะที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการสั่งการกองทัพของประธานาธิบดี

ส่วนความพยายามในการลงมติถอดถอนประธานาธิบดีเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาประสบความล้มเหลว หลังจากพรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล เลือกที่จะคว่ำบาตรการลงมติ แต่พรรคประชาธิปไตย ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านซึ่งครองเสียงข้างมากในรัฐสภา ได้ให้คำมั่นว่าจะพยายามถอดถอนประธานาธิบดียุนต่อไป โดยคาดว่าจะมีการลงมติอีกครั้งในวันที่ 14 ธ.ค. 

พรรคประชาธิปไตยจำเป็นต้องได้รับเสียงจากสมาชิกพรรคพลังประชาชนอย่างน้อย 8 คน เพื่อถอดถอนประธานาธิบดี โดยต้องมีเสียงสนับสนุน 2 ใน 3 จากที่นั่งในรัฐสภาทั้งหมด 300 ที่นั่ง.

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign