ฝ่ายค้านของเกาหลีใต้ ซึ่งครองเสียงส่วนใหญ่ในรัฐสภา โหวตผ่านร่างกฎหมายงบประมาณปี 2568 โดยที่ยังไม่ผ่านความเห็นชอบร่วมกับฝ่ายรัฐบาลเป็นครั้งแรก
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สภาสมัชชาแห่งชาติของเกาหลีใต้ ลงมติผ่านร่างกฎหมายงบประมาณรัฐบาลประจำปี 2568 มูลค่า 673.3 ล้านล้านวอนแล้ว (ราว 15.8 ล้านล้านบาท) ในวันอังคารที่ 10 ธ.ค. 2567 ด้วยคะแนนเห็นชอบ 183 เสียงต่อคัดค้าน 94 เสียง
ร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นฉบับปรับปรุงใหม่ที่เสนอโดยพรรคประชาธิปไตย (Democratic Party) แกนนำฝ่ายค้าน ซึ่งให้งบฯ น้อยลงจากข้อเสนอเดิมของรัฐบาลซึ่งอยู่ที่ 677.4 ล้านล้านวอน (ราว 15.9 ล้านล้านบาท) หลังตัดค่าใช้จ่ายในส่วน เงินทุนสำรองของรัฐบาล และค่าใช้จ่ายกิจกรรมพิเศษของเลขาธิการสำนักงานประธานาธิบดี กับสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ รวมถึงสำนักงานอัยการ, สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และกรมตำรวจ
นี่นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเกาหลีใต้ ที่สภาสมัชชาแห่งชาติ ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณ ที่ฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลไม่ได้เห็นชอบร่วมกัน และตามกฎหมายของเกาหลีใต้ ร่างกฎหมายงบประมาณ ไม่สามารถถูกประธานาธิบดีวีโต หรือคัดค้านได้ ต่างจากร่างกฎหมายอื่นๆ
ทั้งนี้ พรรคประชาธิปไตยผลักดันเรื่องการลดขนาดร่างกฎหมายงบประมาณของรัฐบาล ผ่านคณะกรรมการงบประมาณรัฐสภา ในวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา และมีกำหนดผ่านร่างในการประชุมสภาเต็มคณะเมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อให้ทันเส้นตายทางกฎหมาย อย่างไรก็ตามนาย อู วอน-ชิก ประธานรัฐสภา ให้ระงับการผ่านร่างไว้ก่อน และขอให้พรรคฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลบรรลุข้อตกลงร่วมกันให้ได้ภายในวันอังคารนี้ (10 ธ.ค.)
แต่การประกาศกฎอัยการศึกของประธานาธิบดียุน ซอกยอล เมื่อ 3 ธ.ค. ทำให้การเจรจาเรื่องงบประมาณของสองฝ่ายต้องปั่นป่วนชะงักเหลือไม่กี่ชั่วโมงจะพ้นเส้นตายผ่านร่างกฎหมาย ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างยื่นข้อเสนอของตัวเองโต้กันไปมา แต่ก็ไม่อาจบรรลุข้อตกลงร่วมกัน สุดท้าย ฝ่ายค้านก็ตัดสินใจผ่านร่างกฎหมายแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยใช้เสียงข้างมากในสภาที่พวกเขาครอบครองอยู่
...
นายอี แจ-มยอง ผู้นำพรรคประชาธิปไตย กล่าวว่า การผ่านร่างกฎหมายงบประมาณอย่างรวดเร็วจะช่วยแก้ไขความไม่สบายใจและวิกฤติที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ แต่ฝ่ายรัฐบาลอ้างว่า การลดงบประมาณจะทำให้การทำงานพื้นฐานของรัฐบาลกลายเป็นอัมพาต ขัดขวางการตอบสนองต่อความท้าทายภายนอก และทำให้มาตรการต่างๆ เพื่อธุรกิจขนาดเล็ก และประชาชนกลุ่มเปราะบางล่าช้า
อย่างไรก็ตาม นาย พัค ชาน-แท สมาชิกสภาอาวุโสจากพรรคประชาธิปไตยกล่าวว่า หากรัฐบาลต้องการเงินใช้จ่ายเพื่อความเป็นอยู่ของประชาชนจริงๆ ก็สามารถแก้ปัญหาภายหลังได้ด้วยการออกงบประมาณพิเศษเพิ่มเติม
ด้านนักเศรษฐศาสตร์ระบุว่า การลดงบประมาณของรัฐบาลดังกล่าว ถือเป็นการก้าวถอยหลังสำหรับเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ ซึ่งรอดการเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างฉิวเฉียดเมื่อไตรมาสที่ 3 ท่ามกลางการส่งออกที่ชะลอตัว และการฟื้นตัวเรื่องความต้องการภายในประเทศที่ยังคงอ่อนแอ
นักวิเคราะห์ของ ซิติ กรุ๊ป ประเมินว่า การลดงบประมาณของฝ่ายค้าน จะทำให้เศรษฐกิจเกาหลีใต้เติบโตน้อยลง 0.02% ในช่วง 1 ปีข้างหน้า