โดนัลด์ ทรัมป์ จะได้เป็นประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐอเมริกา หลังคว้าชัยชนะเด็ดขาดในการเลือกตั้งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ส่งเขากลับเข้าสู่ทำเนียบขาวเป็นครั้งที่ 2

คามาลา แฮร์ริส คู่แข่งของเขา ออกมายอมรับความพ่ายแพ้ รวมทั้งเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนของเธอยอมรับในชัยชนะของนายทรัมป์ และยืนยันว่า เธอจะช่วยให้เกิดกระบวนการเปลี่ยนผ่านอำนาจอย่างสันติ

ผลการเลือกตั้งที่ออกมาจะทำให้ โดนัลด์ ทรัมป์ กลายเป็นอดีตประธานาธิบดีคนแรกในรอบกว่า 130 ปี ที่คัมแบ็กกลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง หลังแพ้ในการเลือกตั้งสมัยที่ 2 แต่การที่นายทรัมป์จะได้รับตำแหน่งจริงๆ นั้น ต้องรอให้กระบวนการเลือกตั้งเสร็จสมบูรณ์เสียก่อน

ยืนยันผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อไร?

ชัยชนะของนายทรัมป์ในตอนนี้ยังคงเป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น เพราะจนถึงตอนนี้ รัฐสวิงสเตทบางแห่งก็ยังไม่ประกาศผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการออกมา เนื่องจากคะแนนมีความใกล้เคียงกันมาก

แต่การที่นายทรัมป์ชนะด้วยส่วนต่างคะแนนที่ชัดเจนในรัฐ นอร์ทแคโรไลนา, จอร์เจีย, เพนซิลเวเนีย และ วิสคอนซิน ทำให้เขาได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้งถึง 270 เสียง ที่ต้องการเพื่อเป็นประธานาธิบดีแล้ว โดยไม่ต้องรอผลในรัฐอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม กระบวนการหลังการเลือกตั้งจะดำเนินต่อไปได้ ต้องรอผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการถูกประกาศออกมาก่อน ซึ่งคาดกันว่าอาจต้องใช้เวลาอีกหลายวัน หรือหลายสัปดาห์ เพื่อยืนยันผลอย่างเป็นทางการในทุกรัฐ

ทรัมป์จะได้เป็นประธานาธิบดีเมื่อไร?

สถานะของนายทรัมป์ตอนนี้ ยังคงเป็นเพียง ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ เท่านั้น เช่นเดียวกับนาย เจ.ดี. แวนซ์ ที่เป็นว่าที่รองประธานาธิบดี

นายทรัมป์จะสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันจันทร์ที่ 20 ม.ค. พ.ศ.2568 และในตอนนั้น เขาจะได้รับมอบอำนาจและความรับผิดชอบของตำแหน่งประธานาธิบดีตามกฎหมาย

...

ในตอนที่เขาชนะการเลือกตั้งเมื่อปี 2559 นายทรัมป์สาบานตนรับตำแหน่งในเดือนมกราคม 2560 และอยู่ในตำแหน่งจนถึงปี 2564

จะเกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างวันเลือกตั้งจนถึงวันสาบานตน

เมื่อผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการถูกประกาศออกมาแล้ว หลังจากนั้นจะเป็นกระบวนการให้ “คณะผู้เลือกตั้ง” (electoral college) ยืนยันผลการเลือกตั้ง

ระบบการเลือกตั้งของสหรัฐฯ นั้น จะมีสิ่งที่เรียกว่า “คณะผู้เลือกตั้ง” หรือ “Electoral College” ซึ่งจะทำหน้าที่โหวตเลือกประธานาธิบดีแทนประชาชนในแต่ละรัฐ และรัฐต่างๆ ก็จะมีจำนวนคณะผู้เลือกตั้งไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับอัตราส่วนประชากร แต่รวมทั้งหมดอยู่ที่ 538 คน ซึ่งผู้ที่ได้คะแนนจากคณะผู้เลือกตั้ง 270 เสียง จะได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่

ฝ่ายที่ได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนมากที่สุดในรัฐใดๆ ก็จะได้คะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้งในรัฐนั้นๆ ไปทั้งหมด ยกเว้นเพียง 2 แห่งที่รัฐเมน และเนบราสกา ซึ่งใช้ระบบแบ่งสัดส่วนตามคะแนนที่ได้รับ

คณะผู้เลือกตั้งจะประชุมกันในวันที่ 17 ธ.ค. 2567 เพื่อยืนยันผลการเลือกตั้ง จากนั้นสมาชิกสภาคองเกรสชุดใหม่จะประชุมกันในวันที่ 6 ม.ค. 2568 เพื่อนับจำนวนโหวตของคณะผู้เลือกตั้ง และยืนยันตัวประธานาธิบดีคนใหม่ โดยที่ น.ส.คามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีที่กำลังจะหมดวาระ จะเป็นประธานดูแลกระบวนการนี้

อนึ่ง การประชุมเดียวกันนี้ คือการประชุมที่ผู้สนับสนุนของนายทรัมป์พยายามหยุดยั้ง จนเกิดเป็นการจลาจลที่อาคารรัฐสภาเมื่อ 6 ม.ค. 2564 หลังจากนายทรัมป์พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งให้แก่นายโจ ไบเดน

ตอนนี้ ว่าที่ประธานาธิบดีกับรองฯ กำลังทำอะไรอยู่

ตอนนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ กับ เจ.ดี. แวนซ์ กำลังเตรียมทีมเปลี่ยนผ่านอำนาจของตัวเอง เพื่อจัดการการส่งมอบอำนาจจากรัฐบาลของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ที่กำลังจะหมดวาระในอีกประมาณ 70 วันข้างหน้า

พวกเขาจะจัดลำดับความสำคัญของนโยบาย เริ่มการคัดเลือกแคนดิเดทที่จะมารับตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลชุดใหม่ และเตรียมตัวรับข่วงการทำงานของรัฐบาล

ที่งานประกาศชัยชนะ นายทรัมป์กล่าวเป็นนัยว่า นายโรเบิร์ต เจ. เคนเนดี อดีตแคนดิเดตชิงประธานาธิบดีของพรรครีพับลิกัน และเป็นหนึ่งในผู้ที่ไม่เชื่อถือในวัคซีน จะได้รับตำแหน่งด้านสาธารณสุข

ส่วนนายอีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัท เทสลา และ สเปซเอ็กซ์ ก็คาดว่าจะมีตำแหน่งในรัฐบ้านชุดใหม่ของนายทรัมป์ด้วย โดยก่อนหน้านี้ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาจะขอให้นายมัสก์เก็บกวาดขยะของรัฐบาล

นอกจากนั้น นายทรัมป์กับทีมงานของเขา จะเริ่มรับรายงานสรุปเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งชาติที่เป็นความลับ โดยครอบคลุมถึงเรื่อง ภัยคุกคามในปัจจุบันและปฏิบัติการทางทหารต่างๆ

ว่าที่ประธานาธิบดีกับรองฯ จะได้รับการคุ้มกันเต็มรูปแบบจากหน่วยตำรวจลับ

ทีมงานของนายทรัมป์ระบุว่า นายทรัมป์รับคำเชิงตามประเพณีจาก โจ ไบเดน ให้ไปเยือนทำเนียบขาว เพื่อทำให้แน่ใจว่า การเปลี่ยนผ่านอำนาจระหว่างคณะบริหารประเทศ จะเป็นไปอย่างราบรื่น

ทั้งนี้ ตามธรรมเนียม ประธานาธิบดีที่กำลังจะหมดวาระ จะเข้าร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของประธานาธิบดีคนใหม่ด้วย แต่ในการเลือกตั้งครั้งก่อน นายทรัมป์บอยคอตต์ไม่เข้าร่วม แต่ทำตามประเพณีที่เริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยของนาย โรนัลด์ เรแกน คือการเขียนจดหมายลายลักษณ์อักษรทิ้งเอาไว้ในห้องทำงานรูปไข่ ให้ผู้นำคนถัดไปได้อ่าน

หลังจากพิธีสาบานตนเสร็จสิ้น ประธานาธิบดีคนใหม่จะสามารถเริ่มทำงานได้ในทันที

...

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ติดตามการเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 ได้ที่ ไทยรัฐออนไลน์ https://www.thairath.co.th/uselection2024

ที่มา : bbc