• เหลือเวลาอีก 8 วันก่อนการเลือกตั้งอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน จัดการชุมนุมใหญ่ที่เมดิสันสแควร์ การ์เดน ในนิวยอร์ก โดยทรัมป์ขึ้นปราศรัยตอกย้ำแผนการของเขาในการหยุดยั้งกลุ่มผู้อพยพที่ไม่มีเอกสารและเนรเทศผู้อพยพที่เป็น อาชญากรที่โหดร้ายและกระหายเลือด ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
  • ในขณะที่รองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส ผู้สมัครจากเดโมแครต ไปรณรงค์หาเสียงในรัฐมิชิแกน ซึ่งเป็นรัฐสำคัญ โดยกล่าวว่า ไม่มีใครควรนั่งเฉยๆโดยไม่สนใจ เพราะเราต้องให้ความสำคัญกับอนาคตและความต้องการของชาวอเมริกัน
  • ผลโพลล่าสุดในช่วง 8 วันก่อนถึงวันเลือกตั้งชี้ว่า "แฮร์ริส-ทรัมป์" สองผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ยังมีคะแนนสูสีกันมาก ขณะที่ นับถึงช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ (27 ต.ค.) ที่ผ่านมา พบว่ามีชาวอเมริกันออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าแล้วกว่า 41 ล้านคน ทั้งการเดินทางไปหย่อนบัตรด้วยตัวเองและส่งทางไปรษณีย์ ขณะที่สถิติของ Election Lab มหาวิทยาลัยฟลอริดา เมื่อปี 2020 ชี้ว่า ในช่วงโควิด-19 ชาวอเมริกันออกไปเลือกตั้งล่วงหน้ากว่า 100 ล้านคน

ผลโพลล่าสุด

แฮร์ริสและทรัมป์ ยังคงมีคะแนนสูสีกันอย่างมากในการเลือกตั้งครั้งดุเดือดที่กำลังจะมาถึงในอีก 8 วันข้างหน้า โดยผลสำรวจของ CBS News/YouGov ที่เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าแฮร์ริสนำหน้าทรัมป์ในระดับประเทศ โดยมีคะแนนอยู่ที่ 50% ขณะที่ทรัมป์ได้ 49% โดยต้องขึ้นกับอัตราความคลาดเคลื่อนของการสำรวจ

ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นว่ามีการแบ่งแยกทางเพศอย่างมากในการแข่งขัน โดยผู้ชายชอบทรัมป์มากกว่า และผู้หญิงชอบแฮร์ริสมากกว่า ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าทรัมป์มีคะแนนนำผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาย 54 เปอร์เซ็นต์ ต่อ 45 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่แฮร์ริสมีคะแนนนำผู้มีสิทธิเลือกตั้งหญิง 55 เปอร์เซ็นต์ ต่อ 43 เปอร์เซ็นต์

...

จากผลสำรวจยังพบว่า ผู้ชายมีแนวโน้มที่จะมองว่าทรัมป์เป็นผู้นำที่แข็งแกร่งมากกว่า คิดเป็น 64% ต่อ 50% ขณะที่ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะบอกว่าแฮร์ริส ไอคิวและอีคิวที่เหนือกว่าทรัมป์ ทำให้เธอมีความเหมาะสมมากกว่าที่จะเป็นประธานาธิบดี

ขณะที่จากการวิเคราะห์แยกจากการติดตามผลการเลือกตั้งรายวันของ FiveThirtyEight พบว่า แฮร์ริสมีคะแนนนำเล็กน้อยในผลสำรวจระดับประเทศ เมื่อวันอาทิตย์ ที่ผ่านมา โดยนำทรัมป์เพียง 1.4% ซึ่งช่องว่างลดลงจาก 1.7% ในการสำรวจเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

7 รัฐสวิงจะชี้ขาดผลเลือกตั้ง

จากการติดตามผลสำรวจรายวันของ FiveThirtyEight แฮร์ริสยังคงมีคะแนนนำเพียงเล็กน้อยในรัฐมิชิแกน และรัฐวิสคอนซิน ในขณะเดียวกัน ทรัมป์มีคะแนนนำแฮร์ริสเล็กน้อยในรัฐเพนซิลเวเนีย และรัฐเนวาดา และยังมีคะแนนนำมากกว่าอย่างมากในนอร์ทแคโรไลนา แอริโซนา และจอร์เจีย

อย่างไรก็ตาม ในทั้ง 7 รัฐนั้น ผู้สมัครต่างก็มีคะแนนห่างกันเพียง 2 คะแนน ทำให้สองผู้สมัครต้องหาเสียงขับเคี่ยวกันอย่างหนักในช่วงไม่กี่วันก่อนการลงคะแนนเสียงในวันที่ 5 พ.ย. ตามเวลาในสหรัฐฯ

"คามาลา แฮร์ริส" ยังหาเสียงชูประเด็นสำคัญ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตได้กล่าวสุนทรพจน์ที่โบสถ์คริสเตียนแห่งความเมตตาในฟิลาเดลเฟีย โดยเธอได้เน้นย้ำถึงผลกระทบจากการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยอธิบายว่าเป็นการเลือกตั้งที่จะส่งผลกระทบมากที่สุดในช่วงชีวิตของเรา และเมื่อถูกถามว่า เธอรู้สึกกังวลเกี่ยวกับการสนทนาระหว่างทรัมป์กับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลหรือไม่ ทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันในช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี พร้อมย้ำว่าการเจรจาเหล่านี้อาจจะไม่ผลกระทบต่อวัตถุประสงค์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ในปัจจุบัน แฮร์ริสยังกล่าวกับกลุ่มผู้สนับสนุนว่า เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ชาวอเมริกันจะต้องมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการสนับสนุนให้ยุติสงครามกำลังดำเนินไปในกาซ่า เรีกยร้องให้ปล่อยตัวตัวประกัน 

ผลสำรวจ ล่าสุดของ Arab News/YouGov พบว่า ชาวอเมริกันเชื้อสายอาหรับสนับสนุนทรัมป์ 45% สูงกว่าแฮร์ริสซึ่งได้ไป 43% โดยผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ยังมองว่าทรัมป์มีแนวโน้มที่จะแก้ไขปัญหาอิสราเอล-ปาเลสไตน์ได้มากกว่าด้วย

...


"โดนัลด์ ทรัมป์" หาเสียงดุเดือด

ทรัมป์จัดงานปราศรัย รวบรวมกลุ่มฐานเสียงจาก Make America Great Again (MAGA) ของเขาที่งานในนิวยอร์กซิตี้ โดยสัญญาที่จะกวาดล้างผู้อพยพและพุ่งเป้าโจมตีคู่แข่งในประเด็นนโยบายการแบกรับผู้อพยพ ทื่ส่งผลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ 

ทรัมป์บอกว่า วันที่ 5 พฤศจิกายนจะเป็นวันที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ และเราจะร่วมกันทำให้สหรัฐอเมริกากลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง ทรัมป์ยังกล่าวโทษแฮร์ริส ว่าเป็น “มาร์กซิสต์ฝ่ายซ้ายหัวรุนแรง” ที่ไม่ฉลาดและไม่เหมาะสม ที่จะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี สำหรับปัญหาที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ พร้อมโจมตีนโยบายของเดโมแครตว่ากำลังทำลายประเทศ


ก่อนหน้านี้เกิดเรื่องอื้อฉาวที่ก่อให้เกิดกระแสตอบรับเชิงลบ เมื่อนักแสดงตลก โทนี่ ฮินช์คลิฟฟ์ ขึ้นเวทีหาเสียงของทรัมป์ และกล่าวว่าประเทศเปอร์โตริโกว่าเป็น "เกาะขยะลอยน้ำ" และยังพูดล้อเลียนเกี่ยวกับผู้อพยพและชายแดนเท็กซัส-เม็กซิโก ซึ่งมุกตลกของเขาถูกทีมหาเสียงของแฮร์ริสหยิบยกมาวิจารณ์ทันที เพื่องช่วงชิงคะแนนเสียงจากชุมชนคนเชื้อสายเปอร์โตริโกในเพนซิลเวเนียและรัฐสำคัญอื่นๆ

...

มีรายงานว่าแบด บันนี่ ซูเปอร์สตาร์เพลงชาวเปอร์โตริโกออกมาระบุว่า เขาสนับสนุนแฮร์ริส เพียงไม่นานหลังจากฮินช์คลิฟฟ์ขึ้นเวทีของทรัมป์ ส่วนทางด้านนายดาเนียล อัลวาเรซ ที่ปรึกษาอาวุโสของแคมเปญทรัมป์กล่าวว่า เรื่องตลกนี้ไม่ได้สะท้อนมุมมองของประธานาธิบดีทรัมป์หรือทีมหาเสียงของเขาแต่อย่างใด.


ติดตามการเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 ได้ที่ไทยรัฐออนไลน์ https://www.thairath.co.th/uselection2024