แอฟริกาประกาศให้ฝีดาษลิงเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในทวีปแล้ว หลังพบผู้ติดเชื้อนับหมื่นคนในหลายประเทศ และมีผู้เสียชีวิตแล้วหลายร้อยราย

เมื่อวันอังคารที่ 13 ส.ค. 2567 ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (ACDC) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านสาธารณสุขสูงสุดของทวีปแอฟริกา ประกาศให้ “เอ็มพ็อกซ์” (Mpox) หรือที่เคยรู้จักกันในชื่อ “ฝีดาษลิง” เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขของทวีปแล้ว หลังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

นักวิทยาศาสตร์จาก ACDC ระบุว่า พวกเขากังวลเรื่องการระบาดอย่างรวดเร็วของเชื้อเอ็มพ็อกซ์สายพันธุ์ใหม่ที่กำลังแพร่กระจายอยู่ตอนนี้ ซึ่งการประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขจะทำให้รัฐบาลต่างๆ สามารถร่วมมือกันเพื่อรับมือ และเพิ่มการขนส่งเสบียงทางการแพทย์และความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

หลายประเทศในแอฟริกากำลังเผชิญการระบาดอย่างหนัก เช่น บุรุนดี, สาธารณรัฐแอฟริกากลาง, เคนยา และรวันดา แต่ที่หนักที่สุดคือสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) พบผู้ติดเชื้อแล้วมากกว่า 13,700 ราย และเสียชีวิตไปแล้ว 450 ศพ นับตั้งแต่เข้าสู่ปี 2567 เป็นต้นมา

ดร.จีน คาเซยา ผู้อำนวยการของ ACDC เตือนว่า การระบาดของฝีดาษลิงอาจเลวร้ายลงจนอยู่เหนือการควบคุม หากไม่มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อควบคุมมันในทันที

“การประกาศนี้ไม่ใช่แค่ประกาศเป็นพิธี แต่เป็นการส่งเสียงเรียกร้องให้มีการลงมือทำ มันคือการยอมรับว่าเราไม่สามารถเป็นฝ่ายรับได้อีกแล้ว เราต้องรุก และพยายามอย่างแข็งกร้าวในการควบคุมและกำจัดภัยคุกคามนี้” ดร.คาเซยา กล่าว

หน่วยงานสาธารณสุขในภูมิภาคอื่นๆ ก็กำลังจับตาสถานการณ์การระบาดของฝีดาษลิงในแอฟริกาอยู่เช่นกัน เพื่อประเมินว่ามีความเสี่ยงที่เชื้อจะแพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่นๆ มากแค่ไหน โดยเมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งยุโรป ระบุว่า ยุโรปยังคงเผชิญความเสี่ยงจากเชื้อเอ็มพ็อกซ์ในระดับต่ำมาก

...

ทั้งนี้เชื้อฝีดาษลิงสามารถติดต่อจากสัตว์ไปสู่มนุษย์ และมนุษย์สู่มนุษย์ด้วยกันเองได้ ผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์, การสัมผัสผิวหนัง และการหายใจใกล้กัน โดยมีอาการทั่วไปคือ ทำให้มีไข้, ปวดกล้ามเนื้อ และมีตุ่มขึ้นตามร่างกาย หากปล่อยเอาไว้ไม่รับการรักษา ก็อาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้

เท่าที่ทราบปัจจุบันมีเชื้อฝีดาษลิง 2 สายพันธุ์หลักที่กำลังแพร่กระจายอยู่ตอนนี้ สายพันธุ์แรกมีความรุนแรงน้อยกว่า และเป็นตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดการระบาดทั่วโลกในปี 2565 ส่งผลกระทบต่อทั้งยุโรป, ออสเตรเลีย, สหรัฐฯ และอีกหลายประเทศ โดยส่วนใหญ่ติดต่อผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์

ส่วนอีกสายพันธุ์มีความรุนแรงกว่ามาก และกลายเป็นโรคประจำถิ่นในภูมิภาคแอฟริกากลางไปแล้ว และเป็นเชื้อที่ให้กำเนิดสายพันธุ์ย่อยซึ่งกำลังระบาดในดีอาร์คองโกอยู่ตอนนี้

ในปัจจุบันมีวัคซีนสำหรับป้องกันฝีดาษลิงทั้งหมด 3 ตัว แต่ตามปกติจะฉีดให้แก่ผู้มีความเสี่ยงติดโรคสูง หรือผู้ที่ต้องสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยเท่านั้น โดย ดร.คาเซยา ระบุว่า พวกเขากำลังวางแผนจัดหาวัคซีน 10 ล้านโดส เพื่อจำกัดการแพร่กระจายของเชื้อในแอฟริกา.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc