- เกาหลีเหนืออ้างว่ากำลังส่งเครื่องยิงขีปนาวุธทางยุทธวิธีใหม่ล่าสุด 250 เครื่องไปยังชายแดนติดกับเกาหลีใต้ โดยผู้นำ คิม จอง อึน ประกาศว่า เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเผชิญหน้า
- พรมแดนระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้เป็นหนึ่งในเขตแดนที่มีการวางกำลังทหารมากที่สุดในโลก ที่ผ่านมารัฐบาลเกาหลีเหนืออ้างว่ามีปืนใหญ่และอุปกรณ์ทางทหารจำนวนมากพร้อมเล็งไปทางใต้ ท่ามกลางสถานการณ์ความสัมพันธ์เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ที่ตกต่ำสุดในรอบหลายปี
- ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้แน่ชัดว่าเครื่องยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือจะสามารถยิงได้ทุกเครื่องตามที่นำมาโชว์จริงหรือไม่
หนังสือพิมพ์โรดอง ซินมุน ของทางการเกาหลีเหนือ เผยแพร่ภาพถ่ายที่เผยให้เห็น เครื่องยิงขีปนาวุธแบบยานพาหนะ โดยมีรถบรรทุกทหารสีเขียวขนาดใหญ่หลายสิบคันบรรทุกแท่นยิงขีปนาวุธเรียงรายเป็นระเบียบ ขณะเดียวกันผู้ชมจำนวนมากส่งเสียงเชียร์ ขณะที่ยานพาหนะบรรทุกเครื่องยิงขีปนาวุธแล่นผ่านไป มีการยิงดอกไม้ไฟขึ้นบนท้องฟ้าแสดงถึงวาระการเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่
ในพิธีนี้ ผู้นำคิม จอง อึน ดูแลการส่งมอบอาวุธยุทโธปกรณ์ไปยังผู้บัญชาการทหารและเสนาธิการทหารด้วยตัวเอง เพื่อนำส่งไปประจำการบริเวณชายแดน และกล่าวสุนทรพจน์โดยอ้างว่าเครื่องยิงขีปนาวุธรุ่นใหม่ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีของเกาหลีเหนือเอง พร้อมเสริมว่าการจัดแสดงครั้งนี้เป็นขั้นตอนแรกของการสร้างกำลังขีปนาวุธตามแผนสำหรับหน่วยชายแดนทางทหารของเกาหลีเหนือ
ผู้นำเกาหลีเหนือกล่าวว่า การเจรจาหรือการเผชิญหน้าอาจเป็นทางเลือกของเรา แต่เกาหลีเหนือต้องเตรียมพร้อมอย่างละเอียดถี่ถ้วนยิ่งขึ้นสำหรับการเผชิญหน้าที่อาจเกิดขึ้น พร้อมเสริมว่า ประเด็นสำคัญของนโยบายเกาหลีเหนือที่มีต่อสหรัฐฯ ที่รักษาไว้อย่างต่อเนื่องก็ยังคงอยู่ แต่หากสหรัฐฯ เพิกเฉยต่อคำเตือนซ้ำๆ ของเกาหลีเหนือและยังคงพยายามบ่อนทำลายความมั่นคงของภูมิภาคต่อไป มันจะส่งผลร้ายแรงต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ และพันธมิตร
...
ส่องขุมกำลังเกาหลีเหนือ
พรมแดนระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้เป็นหนึ่งในเขตแดนที่มีการติดอาวุธมากที่สุดในโลก และเกาหลีเหนืออ้างมานานแล้วว่ามีการติดตั้งปืนใหญ่และอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารจำนวนมากชี้ไปทางใต้
โดยการจัดแสดงเครื่องยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือเกิดขึ้นในช่วงเวลาแห่งความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นบนคาบสมุทรเกาหลี หลังจากเกาหลีเหนือเข้าสู่ "ความร่วมมือทางยุทธศาสตร์" ทางทหารครั้งใหม่กับรัสเซียในเดือนมิถุนายน หลังการพบหารือของผู้นำสองประเทศ
นายอี ซอง จุน โฆษกกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ เสนาธิการร่วม กล่าวในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า เกาหลีใต้เชื่อว่าเครื่องยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ มีจุดประสงค์เพื่อใช้ในรูปแบบต่างๆ เช่น เพื่อโจมตีหรือคุกคามเกาหลีใต้ การวางกำลังใกล้ชายแดนหมายความถึงการโจมตีแบบกะทันหัน
ด้านผู้เชี่ยวชาญระบุว่า แม้จากภาพถ่ายจะเผยให้เห็นรถบรรทุกสีเขียวหลายสิบคันติดตั้งเครื่องยิงขีปนาวุธซึ่งอยู่ด้านหลังห้องโดยสารของคนขับ แต่ก็ไม่เป็นที่แน่ชัดว่า มียานพาหนะกี่คันที่สามารถยิงขีปนาวุธได้จริงๆ
โจเซฟ เดมป์ซีย์ ผู้ร่วมวิจัยด้านการวิเคราะห์ด้านกลาโหมและการทหารแห่งสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการศึกษาเชิงกลยุทธ์ กล่าวว่า เป็นการยากที่จะประเมินว่าเกาหลีเหนือมีขีปนาวุธจริงตามจำนวนที่กล่าวอ้างหรือไม่ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่น่าเป็นไปได้ และไร้เหตุผลเมื่อพิจารณาจากการสภาพแวดล้อมจริงตลอดจนเรื่องความปลอดภัย
โดยเสริมว่าการออกแบบและคำศัพท์เฉพาะของเครื่องยิงขีปนาวุธเกาหลีเหนือ มีความเกี่ยวข้องกับ "ฮวาซอง-11 ดี" ซึ่งเป็นขีปนาวุธพิสัยใกล้ที่เกาหลีเหนืออ้างว่าสามารถติดอาวุธด้วยหัวรบนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีได้
เขากล่าวว่า สมมติว่าเครื่องยิงทั้ง 250 เครื่องใช้งานได้ ก็ยังไม่ชัดเจนว่าเกาหลีเหนือผลิตขีปนาวุธได้ 1,000 ลูก หรือมากกว่านั้นได้จริงหรือไม่ แต่ดูจากสถานการณ์ความเป็นจริงแล้ว ไม่น่าเป็นไปได้อย่างยิ่งตามที่เกาหลีเหนืออ้างว่ามีหัวรบนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีจำนวนเท่านี้
อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ทำการทดสอบขีปนาวุธนิวเคลียร์ครั้งแรกเมื่อกว่าทศวรรษที่แล้ว เกาหลีเหนือได้พัฒนาขีดความสามารถด้านอาวุธของตัวเองมาตลอด โดยมีความทะเยอทะยานที่จะย่อส่วนหัวรบให้เล็กลงเพื่อให้สามารถติดตั้งขีปนาวุธพิสัยไกลได้
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า เกาหลีเหนือน่าจะผลิตหัวรบนิวเคลียร์จำนวนไม่มาก แต่ก็ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าจะสามารถทำให้มันเล็กและเบาพอที่จะติดตั้งกับขีปนาวุธได้หรือไม่ โดยศักยภาพของเกาหลีเหนือในการติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์กับขีปนาวุธทุกประเภทนั้นยังไม่ได้รับการพิสูจน์
...
ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น
ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ตึงเครียดและอยู่ในจุดตกต่ำที่สุดในรอบหลายปี โดยเมื่อช่วงปลายปีที่แล้วเกาหลีเหนือเคยเตือนว่า จะติดตั้งยุทโธปกรณ์ทางการทหารใหม่ตามแนวเส้นแบ่งเขตทางทหารที่แยกเกาหลีเหนือออกจากทางใต้ หลังจากที่เกาหลีใต้ประกาศถอนตัวจากข้อตกลงที่ร่างขึ้นมาเพื่อบรรเทาความตึงเครียดตามแนวชายแดน โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาทั้งสองประเทศก็ได้ละทิ้งข้อตกลงนี้อย่างเป็นทางการแล้ว
โดยเกาหลีเหนือ ซึ่งไม่ได้รับประโยชน์จากการเจรจากับสหรัฐฯ และเกาหลีใต้นับตั้งแต่ช่วงหลังปี 2561 นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เกาหลีเหนือก็ได้ยกระดับโครงการขีปนาวุธของตัวเอง โดยประกาศว่าติดตั้งเครื่องป้องกันขีปนาวุธแบบเดียวกับที่วอชิงตันครอบครอง
อย่างไรก็ตาม เพื่อตอบสนองต่อการเพิ่มศักยภาพทางการทหารของเกาหลีเหนือ สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ รวมทั้งญี่ปุ่น ได้ยกระดับความร่วมมือทางทหารระหว่างกันผ่านการฝึกซ้อมรบร่วมและการส่งกำลังพลที่เกาหลีเหนือมองว่าเป็นการกระทำที่เป็นภัยคุกคามต่อความสงบสุขของคาบสมุทรเกาหลี
...
นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทหารเกาหลีใต้ต้องยิงปืนเตือนแล้วอย่างน้อย 3 ครั้ง หลังจากที่เจ้าหน้าที่ทหารเกาหลีเหนือข้ามเส้นแบ่งเขต ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางของเขตปลอดทหารระหว่างทั้งสองประเทศ.