- เหตุทรัมป์โดนลอบยิง ขณะขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงที่รัฐเพนซิลเวเนีย ก่อให้เกิดคำถามตามมามากมาย ต่อความผิดพลาดครั้งใหญ่ ในการทำงานของหน่วย USSS หรือหน่วยอารักขาประธานาธิบดีและอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ
- การพยายามลอบสังหารทรัมป์ นับเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงครั้งแรกในรอบ 43 ปี หลังจากโรนัลด์ เรแกน เคยถูกลอบยิงกระสุนเจาะเข้าที่ปอด รอดชีวิตหวุดหวิดในปี 2524
- บีบีซีรายงานมีพยานเห็นชายหนุ่มมีปืนไรเฟิลอยู่ในมือ คลานอยู่บนหลังคาของอาคาร และพวกเขาได้แจ้งให้ ตร.ทราบแล้ว แต่กลับถูกละเลย จนกระทั่งเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ทรัมป์ถูกลอบยิง และทำให้มีผู้เสียชีวิตสลด 1 ศพ บาดเจ็บสาหัส 2 ราย ก่อนมือปืนจะถูก ‘สไนเปอร์’ ของหน่วย USSS ยิงปลิดชีพในจุดก่อเหตุ
เหตุร้ายแรงช็อกโลก โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถูกพยายามลอบสังหาร ก่อให้เกิดคำถามสำคัญ ตามมาว่า ทำไมหน่วย US Secret Service (หน่วยอารักขาประธานาธิบดีสหรัฐฯ หรือหน่วยรักษาความปลอดภัยประธานาธิบดีสหรัฐฯ) ซึ่งมีหน้าที่ปกป้องคุ้มกัน รักษาความปลอดภัยให้กับประธานาธิบดีคนปัจจุบันและอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ จึงทำงานพลาดครั้งใหญ่ ไม่สามารถปกป้องทรัมป์ จากการถูกลอบยิง ขณะขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงที่รัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อวันเสาร์ที่ 13 ก.ค. 2567 ตามเวลาท้องถิ่น
เหตุการณ์พยายามลอบสังหาร ปธน.สหรัฐฯ ครั้งแรกในรอบ 43 ปี
เหตุการณ์ทรัมป์โดนลอบยิงในครั้งนี้ ถือเป็นเหตุพยายามลอบสังหารประธานาธิบดีหรืออดีตประะธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในรอบ 43 ปี นับตั้งแต่ โรนัลด์ เรแกน (ประธานาธิบดีในขณะนั้น) ถูกลอบยิง จนกระสุนเจาะเข้าที่ปอด รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิดเมื่อปี 2524
...
USSS โดนตั้งคำถามทำงานพลาดครั้งใหญ่
หลังเกิดเหตุทรัมป์โดนลอบยิงเฉียดตาย เรื่องสำคัญตามมาที่ ชาวอเมริกันและนักการเมืองในสหรัฐฯ ต้องการรู้เหตุผลอย่างมากก็คือ ทำไมหน่วยอารักขาประธานาธิบดีสหรัฐฯ (USSS) ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ จึงทำงานผิดพลาดครั้งใหญ่ ในการคุ้มกันความปลอดภัยให้กับทรัมป์ ที่ยืนปราศรัยหาเสียงในที่โล่งแจ้ง
โดยมือปืนสามารถคลานอยู่บนหลังคาอาคาร เพื่อรอซุ่มยิงทรัมป์ ด้วยปืนไรเฟิล ในระยะประมาณ 150 เมตร และสามารถลั่นไก ยิงกระสุนถึง 8 นัด จนมีกระสุนนัดหนึ่งเฉียดใบหูด้านขวาของทรัมป์ และเป็นเหตุให้ผู้มาฟังทรัมป์ปราศรัยเสียง เสียชีวิตสลด 1 ศพ และบาดเจ็บสาหัส 2 ราย
และไม่กี่วินาทีหลังก่อเหตุ ผู้ต้องสงสัยเป็นมือปืนได้ถูกพลแม่นปืน หรือสไนเปอร์ ตำรวจลับยิงปลิดชีพ เสียชีวิตในจุดก่อเหตุทันที และต่อมา สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ ได้เปิดเผยชื่อผู้ต้องสงสัยเป็นมือปืน ชื่อว่า โทมัส แมทธิว ครุกส์ อายุ 20 ปี
มีพยานเห็นมือปืน แจ้ง ตร.แล้ว แต่ไม่สนใจ
เหตุการณ์ลอบยิงทรัมป์ ได้ก่อให้เกิดความกังขามากขึ้น เกี่ยวกับความหละหลวมในการทำงานของหน่วย USSS โดย BBC รายงานว่า มีพยานคนหนึ่งซึ่งเรียกตัวเองว่า ‘เกร็ก’ ซึ่งไม่ได้อยู่ในบริเวณทรัมป์ยืนปราศรัยหาเสียง แต่ได้ยินเสียงทรัมป์ที่กำลังพูดปราศรัย ได้สังเกตเห็นว่ามีชายคนหนึ่งถือปืนไรเฟิล คลานอยู่บนหลังคาของอาคารหลังหนึ่ง
‘พวกเราสังเกตเห็นเด็กหนุ่มกำลังคลานอยู่บนหลังคา ห่างจากพวกเราประมาณ 50 ฟุต’ เกร็กเล่า และบอกว่า หนุ่มคนนั้นมีปืนไรเฟิลในมือ ซึ่งพวกเราเห็นชัดเจนว่าเขาถือปืนไรเฟิล จากนั้น เขาและเพื่อนพยายามรีบแจ้งตำรวจ
‘ผมกำลังครุ่นคิดกับตัวเองว่าทำไมทรัมป์ยังคงปราศรัยหาเสียงต่อไป ทำไมพวกเขาไม่ดึงทรัมป์ลงมาจากเวที’ เกร็ก เผยกับบีบีซี พร้อมเล่าต่อไปว่า ผมกำลังยืนอยู่ตรงนั้นและชี้ไปที่ชายถือปืน สิ่งที่เกิดขึ้นจากนั้น คือ ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 5-7 นัด’
ผอ.หน่วย SS ถูกเรียกมาให้การต่อคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนฯ
...
ด้านอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดี ชาร์ลส์ มารีโน เห็นด้วยกับคำถามมากมายที่ต้องการคำตอบว่า ทำไมหน่วยอารักขาประธานาธิบดีสหรัฐฯ จึงทำงานผิดพลาดครั้งใหญ่? เพราะเจ้าหน้าที่ SS ต้องตรวจตราความปลอดภัยพื้นที่โดยรอบการปราศรัยหาเสียง และควรตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับพื้นที่ที่มีความน่ากังวลเป็นพิเศษ
ด้วยเหตุนี้ จากการเกิดเหตุพยายามลอบสังหารทรัมป์ ทำให้หน่วย SS กำลังถูกตั้งคำถามว่าทำไมจึงทำงานบกพร่อง ผิดพลาดครั้งใหญ่ และ คิมเบอร์ลี ชีเทิล ผู้อำนวยการหน่วยอารักขาประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ถูกเรียกตัวเข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ในวันที่ 22 ก.ค.ที่จะถึง
เพราะเหตุทรัมป์โดนลอบยิง ถือเป็นการสั่นสะเทือนความเชื่อมั่นในการรักษาความปลอดภัยให้แก่ประธานาธิบดีและอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างหนัก จนทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ต้องโหมเดินสายหาเสียงทั่วประเทศในช่วง 3-4 เดือนจากนี้ ก่อนจะถึงวันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน 2024
ผู้เขียน : อรัญญา ศรีจันทรนิตย์