โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ชาวอเมริกันสามัคคีกัน หลังจากเขาได้รับบาดเจ็บในเหตุพยายามลอบสังหารเมื่อวันอาทิตย์ ท่ามกลางบรรยากาศการเลือกตั้งซึ่งมีการแบ่งขั้วทางการเมืองอย่างหนัก
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ วัย 78 ปี ถูกยิงเข้าที่บริเวณใบหูด้านขวา ระหว่างที่เขากำลังยืนปราศรัยหาเสียงบนเวทีที่เมืองบัตเลอร์ ในรัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อช่วงค่ำวันเสาร์ที่ 13 ก.ค. 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้ชมการหาเสียงโดยลูกหลงเสียชีวิต 1 ศพ และอีก 2 รายบาดเจ็บอาการวิกฤติ ส่วนมือปืนถูกวิสามัญฆาตกรรม
“ในช่วงเวลานี้ เป็นเรื่องสำคัญยิ่งกว่าเดิมที่เราต้องสามัคคีกัน” นายทรัมป์ระบุในแถลงการณ์ซึ่งเผยแพร่ผ่าน Truth Social เครือข่ายสังคมออนไลน์ของตัวเขาเองในวันอาทิตย์ที่ 14 ก.ค. พร้อมเสริมด้วยว่า ชาวอเมริกันไม่ควรยอมให้ความชั่วร้ายเป็นฝ่ายชนะ และว่า “พระเจ้าคือผู้ที่หยุดเหตุการณ์ไม่คาดคิดไม่ให้เกิดขึ้น” และเขาไม่กลัวอะไรทั้งนั้น
ด้านประธานาธิบดี โจ ไบเดน ออกแถลงการณ์รอบใหม่ในวันอาทิตย์ ที่ทำเนียบขาว ประณามการโจมตี พร้อมยืนยันว่าเขาได้พูดคุยกับนายทรัมป์แล้ว และประกาศว่า เขาจะยุติการหยุดพักผ่อนในช่วงสุดสัปดาห์ แล้วเดินทางกลับกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อจัดการกับวิกฤตินี้
ในส่วนของการสืบสวน มือปืนผู้ก่อเหตุถูกระบุว่าคือนาย โทมัส แมทธิว ครูกส์ อายุ 20 ปี จากเมืองเบเธล พาร์ก ในรัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งอยู่ห่างจากเวทีหาเสียงเพียงขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นผู้ลงทะเบียนเป็นสมาชิกพรรครีพับลิกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าลงมือคนเดียว แต่ยังไม่พบแรงจูงใจในการก่อเหตุ
นายแมทธิว ครูกส์ พ่อของคนร้าย บอกกับสำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น ว่า เขากำลังพยายามทำความเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และจะไม่แสดงความคิดเห็นอื่นๆ จนกว่าจะได้คุยกับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย
...
เหตุพยายามลอบสังหารครั้งนี้ยังทำให้เกิดการตั้งคำถามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย และผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ถูกมือปืนลอบยังจากระยะห่างแค่ 150 ม. ทั้งที่มีเจ้าหน้าที่หน่วยตำรวจลับอยู่เป็นจำนวนมากได้อย่างไร
นายแอนโทนี กูกลิเอลมี โฆษกของหน่วยตำรวจลับ ออกมาปฏิเสธข่าวลือที่ไม่เป็นความจริงที่ว่า พวกเขาปฏิเสธที่จะให้การรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมแก่นายทรัมป์ ก่อนเริ่มการหาเสียง พร้อมยืนยันว่าในความเป็นจริงแล้ว หน่วยตำรวจลับเพิ่งเพิ่มการคุ้มกันให้นายทรัมป์เมื่อไม่นานมานี้
สำนักงานสืบสวนกลางของสหรัฐฯ (FBI) ระบุในงานแถลงข่าวเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ว่า พวกเขาประหลาดใจที่มือปืนสามารถยิงปืนสไนเปอร์ของเขาได้ตั้งหลายนัด ก่อนที่เขาจะถูกพบตัวและถูกยับยั้งโดยพลสไนเปอร์
ขณะเดียวกัน มีผู้เห็นเหตุการณ์หลายคนระบุว่า พวกเขาเห็นมือปืนตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุยิงกัน และได้แจ้งเตือนเจ้าหน้าที่แล้ว โดยตำรวจเมืองบัตเลอร์ยอมรับว่า พวกเขาได้รับรายงานเรื่องพฤติกรรมน่าสงสัยหลายครั้งและลงมือตอบสนองไปแล้ว
ทั้งนี้ เหตุการณ์ลองยิงนายทรัมป์ เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนที่พรรครีพับลิกันจะจัดการประชุมใหญ่ของพรรค หรือ Republican National Convention (RNC) ที่เมืองมิลวอกี ซึ่งเชื่อกันว่านายทรัมป์จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนพรรคลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ
หลังถูกยิง นายทรัมป์เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ก่อนจะได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ในเวลาต่อมา โดยมีภาพเขาเดินจากเครื่องบินส่วนตัวได้เอง โดยไม่ต้องมีผู้ช่วย