• กลุ่มพันธมิตรฝ่ายซ้าย ‘นิว ป๊อปปูลาร์ ฟรอนต์’ จ่อคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งรัฐสภาฝรั่งเศสอย่างพลิกความคาดหมาย โดยที่ตัวเก็งอย่างพรรคเนชันแนล แรลลี ตกไปอยู่อันดับ 3

  • พรรคเนชันแนล แรลลี ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งรอบแรกเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่กลับพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งนัดชี้ชะตา เนื่องจากแผนการของกลุ่มฝ่ายซ้ายและสายกลางที่ร่วมมือกันเพื่อขัดขวาง

  • รัฐสภาชุดต่อไปของฝรั่งเศสจะมีหน้าตาเป็นอย่างไรยังไม่มีใครรู้ แต่นักวิเคราะห์บางคนกังวลว่า ฝรั่งเศสอาจเข้าสู่ภาวะ ‘สภาแขวน’ ซึ่งรัฐบาลมีเสียงข้างน้อยในสภา

เมื่อ 1 เดือนก่อน กลุ่มพันธมิตรฝ่ายซ้าย ‘นิว ป๊อปปูลาร์ ฟรอนต์’ (New Popular Front - NFP) ยังไม่มีตัวตนอยู่เลย แต่ตอนนี้ พวกเขากำลังจะกลายเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง คว้าเก้าอี้ในรัฐสภาฝรั่งเศสมากที่สุด

กลุ่มพันธมิตรฝ่ายซ้ายนี้ ตั้งชื่อตามกลุ่ม ‘ป๊อปปูลาร์ ฟรอนต์’ ในอดีต ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยมีเป้าหมายเดียวคือ ขัดขวางไม่ให้พรรคฝ่ายขวาจัดก้าวขึ้นสู่อำนาจในปี 2479 และหากผลการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ออกมาตรงกับผลเอ็กซิตโพล ก็เท่ากับว่ากลุ่ม NFP ทำเป้าหมายนั้นสำเร็จอีกครั้ง

เดิมทีแล้ว พรรค ‘เนชันแนล แรลลี’ (National Rally - RN) ฝ่ายขวาจัด ชนะการเลือกตั้งรอบแรกเมื่อสัปดาห์ก่อนไปได้ และโพลทุกสำนักก็ยกให้พวกเขาเป็นตัวเก็งในการเลือกตั้งรอบ 2 แต่เมื่อถึงเวลาจริง พวกเขากลับถูกกลุ่มพันธมิตรฝ่ายซ้ายกับกลุ่ม ‘เอนเซมเบิล’ (Ensemble) ของประธานาธิบดีมาครง เบียดลงไปอยู่อันดับ 3

นายจอร์แดน บาร์เดลลา หัวหน้าพรรค RN กล่าวโทษการจับกลุ่มพันธมิตรทางการเมืองอย่างไม่เป็นธรรมชาติ ว่าเป็นสิ่งที่หยุดยิงไม่ให้พรรคของเขาผงาดขึ้นสู่อำนาจ คำพูดของบาร์เดลลาหมายความอย่างไร? NPF และเอนเซมเบิล ใช้แผนการอะไรเพื่อพลิกสถานการณ์จนกลับเป็นฝ่ายชนะในครั้งนี้

...

เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส
เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส

รู้จัก NFP กลุ่มพันธมิตรเฉพาะกิจ

กลุ่ม NFP ประกอบขึ้นด้วยพรรคฝ่ายซ้ายหลายพรรค เช่นพรรค ‘ลา ฟร็อง แซ็งซูมีซ’ (La France Insoumise - LFI) ที่หลายคนมองว่าแนวคิดสุดโต่งถึงขั้นซ้ายจัด, พรรค ‘เลอ อีโคโลจิสต์’ (Les Écologistes - LE) ฝ่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม, พรรคคอมมิวนิสต์ฝรั่งเศส, พรรค ‘เพลซ พับลิก’ (Place Publique) ฝ่ายกลางซ้าย และพรรคเล็กอื่นๆ

พวกเขาจับมือเป็นพันธมิตรกันไม่กี่วันหลังจาก ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ประกาศยุบสภาจัดการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 9 มิ.ย. หลังจากกลุ่มสายกลางของเขาพ่ายแพ่ยับเยินต่อพรรค RN ของนางมารีน เลอเปน ในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภายุโรป จนทำให้เกิดกระแสความกังวลว่า ฝ่ายขวาจัดจะก้าวขึ้นมามีอำนาจในฝรั่งเศสเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2

หากถามว่าใครเป็นผู้นำกลุ่ม NFP ต้องบอกว่าตอบยาก เนื่องจากพวกเขาล้วนเคยเป็นไม้เบื่อไม้เมาที่เคยวิพากษ์วิจารณ์อีกฝ่ายในเรื่องแนวคิดและวิธีการบางอย่าง แต่ที่มารวมตัวในครั้งนี้ก็เพื่อขัดขวางไม่ให้ฝ่ายขวาจัดเป็นรัฐบาลเท่านั้น แม้แต่ชัยชนะเมื่อวันอาทิตย์ พวกเขายังแยกกันฉลองที่สำนักงานของตัวเอง ไม่ได้มารวมกลุ่มกันเลย

ในด้านนโยบาย NFP สัญญาจะยกเลิกกฎหมายปฏิรูปเงินบำนาญและการรับผู้อพยพที่ผ่านโดยรัฐบาลปัจจุบัน, เปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้อพยพเข้าเมืองโดยไม่มีเอกสาร และอำนวยความสะดวกในการออกวีซ่า นอกจากนั้น พวกเขายังให้คำมั่นว่าจะเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำต่อเดือนเป็น 1,600 ยูโร ตั้งเพดานราคาสินค้าพื้นฐาน เช่นอาหารและเชื้อเพลิง เพื่อลดค่าครองชีพด้วย

จอห์แดน บาร์เดลลา หัวหน้าพรรค RN ฝ่ายขวาจัด
จอห์แดน บาร์เดลลา หัวหน้าพรรค RN ฝ่ายขวาจัด

แผนสกัดฝ่ายขวาจัด

นายจอร์แดน บาร์เดลลา หัวหน้าพรรค RN กล่าวโทษ “การจับกลุ่มพันธมิตรทางการเมืองอย่างไม่เป็นธรรมชาติ” ว่าเป็นสิ่งที่หยุดยั้งไม่ให้พรรคของเขาผงาดขึ้นสู่อำนาจ คำพูดของเขาหมายความว่าอย่างไร?

หลังจากการเลือกตั้งรอบแรกเมื่อ 30 มิ.ย. ซึ่งพรรค RN คว้าอันดับ 1 ตามด้วยกลุ่ม NFP และกลุ่มเอนเซมเบิล แต่ไม่มีผู้ชนะเด็ดขาด ทำให้ต้องไปตัดสินกันในการเลือกตั้งรอบที่ 2 ซึ่งมีแนวโน้มสูงมากว่า RN เป็นจะชนะอีกครั้ง และอาจได้ครอบครองเสียงข้างมาก กลุ่มฝ่ายซ้ายและฝ่ายสายกลางจึงใช้แผนการบางอย่างเพื่อไม่ให้มันกลายเป็นความจริง

ไม่กี่วันต่อมาผู้สมัครเป็นสมาชิกรัฐสภาถึง 217 คน จากกลุ่มสายกลางของประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง และกลุ่มพันธมิตรฝ่ายซ้าย ต่างถอนตัวออกจากการแข่งขัน เพื่อหลีกทางให้ผู้ที่เคยเป็นคู่แข่ง โดยมีเป้าหมายเพียงอย่างเดียวคือ กันไม่ให้พรรคฝ่ายขวาคว้าเสียงข้างมากในสภา

การเป้าหมายนั้น NFP ให้คำมั่นว่าจะถอนแคนดิเดตทุกคนที่คะแนนเสียงตามมาเป็นอันดับ 3 ในการเลือกตั้งรอบแรก ส่วนฝ่าย เอนเซมเบิล มีผู้สมัครถอนตัว 80 คน ซึ่งนายมาครงเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนป้องกันไม่ให้กลุ่มขวาจัดคว้าเก้าอี้ในสภา แต่เตือนก็ยังไม่วายเตือนว่า อย่าโหวตให้พรรค LFI หนึ่งในพรรคร่วมของ NFP

วิธีดังกล่าวบีบให้ผู้โหวตที่เลือกฝ่ายสายกลางหรือฝ่ายซ้ายในการเลือกตั้งรอบแรก ต้องไปเลือกพรรคคู่แข่งที่เหลืออยู่ในรอบ 2 เพื่อเพิ่มโอกาสชนะผู้สมัครจากพรรคขวาจัด ซึ่งผลที่ออกมานับว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม โดยพรรค RN มีคะแนนตกไปอยู่อันดับที่ 3 และคาดกันว่าจะได้ สส.ในสภาไม่เกิน 150 คน จากทั้งหมด 577 คนเท่านั้น

...

ฌอง-ลุก เมลองชอง หัวหน้าพรรค LFI ฝ่ายซ้ายจัด
ฌอง-ลุก เมลองชอง หัวหน้าพรรค LFI ฝ่ายซ้ายจัด

ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

ชัยชนะของกลุ่ม NFP ขัดขวางไม่ให้พรรคขวาจัดเป็นรัฐบาลได้สำเร็จ แต่คำถามที่ตามมาหลังจากนี้คือ ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีคนต่อไป

ทั้งนี้เนื่องจาก นายแกเบรียล อัตตาล นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันประกาศจะยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งในเช้าวันจันทร์ที่ 8 ก.ค.

การที่ไม่มีฝ่ายใดเลยในกลุ่มการเมือง 3 ฝ่ายได้แก่ NFP, เอนเซมเบิล และ RN ที่ได้ครองเสียงข้างมาก หมายความว่าหลังจากนี้จะเป็นช่วงเวลาแห่งการต่อรองเพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสม

แต่อุปสรรคคือ ฝ่ายเอนเซมเบิลของประธานาธิบดีมาครงย้ำมาตลอดว่า จะไม่ยอมทำงานร่วมกับพรรค LFI ซึ่งเป็นพรรคที่ได้เก้าอี้ในสภามากที่สุดในกลุ่ม NFP (ประมาณ 94 ที่นั่ง) เนื่องจากมองว่า LFI ภายใต้การนำของนาย ฌอง-ลุก เมลองชอง ก็สุดโต่งไม่ต่างจากพรรค RN จึงไม่เหมาะสมเป็นรัฐบาล

นายเมลองชองถูกกล่าวหามาตลอดว่า มีแนวคิดต่อต้านชาวยิว และผลสำรวจความคิดเห็นของชาวยิวในฝรั่งเศสโดย Ifop ในช่วงที่ผ่านมา พบว่า ชาวยิวถึง 57% บอกว่า พวกเขาจะไปจากฝรั่งเศส หากพรรคของนายเมลองชองได้เป็นรัฐบาล

สถานการณ์นี้ทำให้เกิดความกังวลว่า รัฐสภาชุดต่อไปของฝรั่งเศสจะอยู่ในสภาพ ‘สภาแขวน’ รัฐบาลมีเสียงข้างน้อยในสภา ซึ่งมักทำให้เกิดความไม่แน่นอนทางการเมืองมากขึ้น ซึ่งต้องติดตามกันต่อไป





ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : cnnbbc

...