- นายกฯ เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล สร้างความกังขา ตัดสินใจยุบคณะรัฐมนตรีสงคราม ทั้งที่ศึกในฉนวนกาซายังไม่จบ อีกทั้งยังจ่อเปิดสงครามทางชายแดนภาคเหนือกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
- บรรดานักวิเคราะห์ชี้ เนทันยาฮู ชิงยุบคณะรัฐมนตรีสงคราม หลังเบนนี แกนต์ซ แกนนำพรรคฝ่ายค้านลาออก เพื่อสกัดไม่ให้สองรัฐมนตรีจากพรรคขวาสุดโต่งเข้ามาร่วมในคณะรัฐมนตรีสงครามของอิสราเอล
ถือเป็นข่าวใหญ่ที่สำนักข่าวต่างประเทศทุกสำนักรายงานข่าวกันอย่างครึกโครม เมื่อนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ตัดสินใจยุบ ‘คณะรัฐมนตรีสงคราม’ เมื่อวันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน 2567 ท่ามกลางสถานการณ์สงครามอิสราเอลโจมตีฉนวนกาซา ที่ดำเนินอย่างหฤโหดมานานกว่า 8 เดือนแล้ว อีกทั้งยังจ่อเปิดสงครามกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งอิหร่านสนับสนุน ทางชายแดนภาคเหนือของประเทศ
การที่นายกรัฐมนตรีอิสราเอลตัดสินใจยุบคณะรัฐมนตรีสงคราม จึงเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่ารัฐบาลภายใต้การนำของเนทันยาฮู นอกจากต้องทำสงครามกับ ‘ศึกนอก’ พยายามกวาดล้างสมาชิกติดอาวุธของกลุ่มฮามาสแล้ว ยังต้องเผชิญกับ ‘ศึกภายใน’ รัฐบาลที่หนักหนาสาหัสเอาการ
...
คณะรัฐมนตรีสงครามของอิสราเอลคืออะไร?
นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูได้จัดตั้งคณะรัฐมนตรีสงครามอิสราเอล เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2566 หรือ 5 วัน หลังจากอิสราเอลประกาศทำสงครามในฉนวนกาซา ตอบโต้กลุ่มฮามาส ซึ่งบุกโจมตีอิสราเอลแบบสายฟ้าแลบเมื่อ 7 ตุลาคม จนทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 1,200 ศพ และยังจับตัวประกันไปราว 230 ราย
การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีสงครามของอิสราเอลนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้เกิดการตัดสินใจอย่างรวดเร็วต่อแผนปฏิบัติการสงครามในฉนวนกาซา จากนั้นจะต้องส่งเรื่องยื่นขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรีต่อไป
สำหรับคณะรัฐมนตรีสงครามของอิสราเอลประกอบด้วย ‘คีย์แมน’ คนสำคัญ 6 คน ได้แก่ 1. นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู 2. เบนนี แกนต์ซ อดีต รมว.กลาโหมและอดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งปัจจุบันเป็นหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน 3. นายโยอาฟ กัลแลนต์ รมว.กลาโหมคนปัจจุบัน และมีผู้สังเกตการณ์อีก 3 คน คือ 4. นายอาร์เยห์ เดรี หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรค Shas พรรคศาสนา นิกายอัลตรา-ออร์โธดอกซ์ และเคยเป็นรัฐมนตรีมาหลายกระทรวง 5. กาดี ไอเซนโคต อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งเป็นพันธมิตรกับนายแกนต์ซ และ 6. รอน เดอร์เมอร์ รัฐมนตรีกิจการยุทธศาสตร์
ขัดแย้ง-ระหองระแหงกันตลอด
ด้วยความที่คีย์แมนคนสำคัญในคณะรัฐมนตรีสงคราม 6 คน มาจากพรรคการเมืองที่มีแนวคิดต่างกัน เนื่องจากเบนนี แกนซ์ หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านสายกลาง ซึ่งเป็นคู่แข่งทางการเมืองกับนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู หัวหน้าพรรคลิคุด ที่เป็นพรรคฝ่ายขวา จึงทำให้มีข่าวออกมาว่าเกิดความระหองระแหง ตกลงกันไม่ได้ และแตกร้าวในคณะรัฐมนตรีสงครามของอิสราเอล
เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา นสพ.Haaretz ในอิสราเอล เคยรายงานว่า นายยาอีร์ ลาปิด ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน เคยเปิดเผยระหว่างการประชุมพรรคว่า นายกัลแลนต์ และเนทันยาฮู ไม่พูดกันแล้ว และคณะรัฐมนตรีสงครามกลายเป็นเวทีที่น่าละอาย สำหรับการสู้รบและการหารือ ซึ่งไม่รู้ว่าจะนำไปสู่ที่ไหนเลย
ทำไมถึงยุบคณะรัฐมนตรีสงคราม
...
การตัดสินใจยุบคณะรัฐมนตรีสงคราม ทั้งที่สงครามในฉนวนกาซายังไม่จบ และยังมีทีท่าว่าอิสราเอลจะเปิดศึกทางภาคเหนือกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ภายหลังเบนนี แกนต์ซ และไอเซนโคต ซึ่งเป็นสองแกนนำพรรคฝ่ายค้าน ‘เอกภาพแห่งชาติ’ (National Unity) ได้ถอนตัวจากคณะรัฐมนตรีสงคราม เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา เนื่องจากขัดแย้งกับเนทันยาฮูในเรื่องแผนยุทธศาสตร์ในฉนวนกาซา นอกเหนือจากการโจมตีในขณะนี้
เนทันยาฮู กล่าวถึงการตัดสินใจยุบคณะรัฐมนตรีสงครามว่า เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงร่วมกับแกนต์ซ และตอนนี้แกนต์ซได้ถอนตัวออกไปแล้ว จึงไม่มีที่ประชุมนี้อีกต่อไป
นอกจากนั้น การถอนตัวจากคณะรัฐมนตรีสงครามของแกนต์ซ ยังทำให้สองรัฐมนตรีจากพรรคขวาจัด คือ นายอิตามาร์ เบน-กาวีร์ รมว.ความมั่นคงแห่งชาติ และนายเบซาเลล ซามอทริซ รมว.คลังของอิสราเอล กำลังกดดันเนทันยาฮูมากขึ้น เพราะรัฐมนตรีทั้งสองต้องการมาเข้าร่วมเป็นคนวงในคณะรัฐมนตรีสงคราม
และเรื่องนี้ถูกนักวิเคราะห์มองว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูตัดสินใจยุบคณะรัฐมนตรีสงคราม เพื่อไม่อยากให้เกิดปัญหาตามมาในเรื่องสงครามในฉนวนกาซา จากแนวทางของรัฐมนตรีขวาสุดโต่ง
ขณะที่เนทันยาฮู กล่าวว่า ถึงแม้จะยุบคณะรัฐมนตรีสงครามไปแล้ว แต่ก็ยังคงมี ‘คณะที่ปรึกษาด้านความมั่นคง’ เพื่อร่วมประชุมหารือกับเจ้าหน้าที่สำคัญในเรื่องสงครามในกาซาต่อไป
...
เนทันยาฮู ตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้า-คายไม่ออก
ที่ผ่านมา เบน-กาวีร์ และซามอทริช เคยกดดันเนทันยาฮูมาก่อนหน้านี้ว่าจะถอนตัว ลาออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ถ้าอิสราเอลไม่โจมตีเมืองราฟาห์ เมืองทางใต้สุดของฉนวนกาซา ซึ่งขณะนั้นมีชาวปาเลสไตน์จากเมืองอื่นๆ อพยพหนีภัยสงครามมาอยู่ในเมืองราฟาห์นับ 1.5 ล้านคน
นอกจากนั้น รัฐมนตรีทั้งคู่ยังเคยขู่จะถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล ถ้าเนทันยาฮูยอมรับข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซา ที่เสนอโดยสหรัฐฯ ก่อนที่อิสราเอลจะสามารถกวาดล้างทำลายกลุ่มฮามาสให้ส้ินซาก
ในขณะที่พรรคของเบน-กวีร์ และสโมทริช ครองที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรอิสราเอล 14 ที่นั่ง เมื่อเทียบกับพรรคเอกภาพแห่งชาติของแกนต์ซ ซึ่งมีที่นั่งในสภา 12 ที่นั่ง ซึ่งหากเบน-กวีร์ และสโมทริช ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล ก็จะทำให้รัฐบาลผสมล่ม และเนทันยาฮูต้องสิ้นสุดการเป็นนายกรัฐมนตรีของอิสราเอล
...
ผู้เขียน : อรัญญา ศรีจันทรนิตย์