รัฐบาลนอร์เวย์ ไอร์แลนด์ และสเปน เตรียมประกาศการรับรองรัฐปาเลสไตน์ ด้วยความหวังว่าจะช่วยนำสันติภาพมาสู่ภูมิภาค
นายกรัฐมนตรีโยนาส การ์ สเตอร์ เปิดเผยว่า นอร์เวย์เตรียมให้การรับรองรัฐปาเลสไตน์ ด้วยความหวังว่าจะช่วยนำสันติภาพมาสู่ภูมิภาค ขณะที่ไอร์แลนด์และสเปน เตรียมประกาศการรับรองรัฐปาเลสไตน์เช่นกัน
นอกจากนั้น สโลวีเนียและมอลตา ซึ่งเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ยังได้ระบุในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาว่า พวกเขาวางแผนที่จะให้การรับรองรัฐปาเลสไตน์ โดยโต้แย้งว่าการแก้ปัญหาแบบสองรัฐเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสันติภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาค
นายกรัฐมนตรีสเตอร์ กล่าวในการแถลงข่าวว่า "ท่ามกลางสงคราม ซึ่งมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายหมื่นคน เราต้องรักษาไว้ซึ่งสิ่งเดียวที่สามารถสร้างบ้านที่ปลอดภัยสำหรับทั้งชาวอิสราเอลและปาเลสไตน์ นั่นคือการที่สองรัฐที่สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติ"
เขากล่าวว่า ชาวปาเลสไตน์มีสิทธิขั้นพื้นฐานและมีอิสระในการตัดสินใจด้วยตนเอง ส่วนชาวอิสราเอลและชาวปาเลสไตน์ต่างมีสิทธิในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในรัฐของตน และกล่าวเสริมว่า "จะไม่มีสันติภาพในตะวันออกกลางหากไม่มีวิธีแก้ปัญหาแบบสองรัฐ และจะไม่มีวิธีแก้ปัญหาแบบสองรัฐหากไม่มีรัฐปาเลสไตน์ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า รัฐปาเลสไตน์เป็นข้อกำหนดเบื้องต้นในการบรรลุสันติภาพในตะวันออกกลาง"
ในขณะเดียวกันในไอร์แลนด์ นายกรัฐมนตรีไซมอน แฮร์ริส กล่าวว่าไอร์แลนด์จะรับรองรัฐปาเลสไตน์ ขณะที่นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชส ของสเปน ได้ประกาศว่ารัฐบาลสเปนจะประกาศรับรองรัฐปาเลสไตน์ในวันที่ 28 พฤษภาคมนี้
นายกรัฐมนตรีไอร์แลนด์กล่าวว่า ไอร์แลนด์เชื่อว่าสันติภาพถาวรสามารถเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีเจตจำนงเสรีของประชาชนที่เสรีเท่านั้นโดยระบุถึงการที่สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ลงมติอย่างท่วมท้นกว่า 143 เสียง เพื่อสนับสนุนให้ปาเลสไตน์มีสิทธิพิเศษเทียบเท่าสมาชิกสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 10 พ.ค.
...
ส่วนในกรุงมาดริด นายกรัฐมนตรีสเปน เปโดร ซานเชซ กล่าวในรัฐสภาว่า สเปนจะให้การยอมรับปาเลสไตน์ด้วยเหตุผล 3 ข้อ ได้แก่สันติภาพ ความยุติธรรม และความสม่ำเสมอ "เราต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าการแก้ไขปัญหาแบบสองรัฐได้รับการเคารพ และต้องมีการรับประกันความปลอดภัยร่วมกัน และจำเป็นอย่างยิ่งที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องเจรจาเพื่อสันติภาพ และด้วยเหตุนี้เราจึงยอมรับรัฐปาเลสไตน์"
จนถึงเดือนพฤษภาคม 2024 มีรัฐสมาชิกสหประชาชาติ 143 รัฐ จาก 193 รัฐ ให้การรับรองรัฐปาเลสไตน์ ขณะที่ประเทศในยุโรปมีแนวทางแก้ไขปัญหาที่แตกต่างออกไป เช่นสวีเดน ที่ให้การรับรองรัฐปาเลสไตน์เมื่อสิบปีก่อน ในขณะที่ฝรั่งเศสยังไม่มีแผนที่จะทำเช่นนั้น เว้นแต่วิธีการดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการสร้างสันติภาพ
ด้านอิสราเอลระบุกำลังเรียกทูตของตนประจำไอร์แลนด์และนอร์เวย์กลับ "เพื่อขอคำปรึกษาด่วน" โดยนายอิสราเอล แคทซ์ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล กล่าวว่า เขากำลังส่งสารถึงไอร์แลนด์และนอร์เวย์ว่า อิสราเอลจะไม่ยอมอ่อนข้อต่อผู้ที่บ่อนทำลายอำนาจอธิปไตยของตนและเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศ "อิสราเอลจะไม่ยอมปิดปากเงียบ และจะนำไปสู่ผลกระทบร้ายแรง หากสเปนตระหนักถึงความตั้งใจที่จะรับรองรัฐปาเลสไตน์ ก็จะมีการดำเนินการที่คล้ายกันเพื่อต่อต้าน"
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่กองกำลังอิสราเอลเปิดการโจมตีพื้นที่ทางเหนือและใต้ของฉนวนกาซา ส่งผลให้ผู้คนหลายแสนคนต้องอพยพออกไปอีกครั้ง และส่งผลกระทบต่อการจัดส่งความช่วยเหลืออย่างรุนแรง ส่งผลให้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะอดอยาก
นอร์เวย์ซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป เคยกล่าวว่าจะยอมรับปาเลสไตน์ในฐานะประเทศก็ต่อเมื่อปาเลสไตน์สามารถส่งผลกระทบเชิงบวกต่อกระบวนการสันติภาพ ตามขั้นตอนเดียวกับที่สหประชาชาติเคยกล่าวในประเด็นนี้
นอร์เวย์ยังเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดของสหรัฐฯ และได้พยายามเป็นตัวกลางในการเจรจาสันติภาพระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์หลายครั้งในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา.
ที่มา Reuters
ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign