ซีอีโอของสายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ กล่าวถ้อยแถลงผ่านวิดีโอ แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์เครื่องบินตกหลุมอากาศ จนทำให้มีผู้โดยสารเสียชีวิต 1 ศพ และบาดเจ็บจำนวนมาก

นายโก๊ะ ชุน ฟง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ ของสายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ กล่าวถ้อยแถลงผ่านวิดีโอ แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์เครื่องบินตกหลุมอากาศ ว่า "ในนามของสิงคโปร์แอร์ไลน์ ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและบุคคลอันเป็นที่รักของผู้เสียชีวิต เราเสียใจอย่างมากต่อเหตุการณ์เลวร้ายที่ทุกคนที่อยู่บนเที่ยวบิน SQ321 ต้องเผชิญ สิ่งที่เราให้ความสำคัญคือการให้ความช่วยเหลือเท่าที่เป็นไปได้แก่ผู้โดยสารและลูกเรือทุกคน

จากกรณีเครื่องบินโดยสารของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ เที่ยวบิน SQ321 ประสบเหตุตกหลุมอากาศอย่างรุนแรง ระหว่างเดินทางจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ไปยังประเทศสิงคโปร์ จนต้องนำเครื่องลงฉุกเฉินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอย่างน้อย 30 คน โดยเครื่องบินที่เกิดเหตุเป็นเครื่องบินแบบโบอิ้ง 777-300ER มีผู้โดยสาร 211 คน และลูกเรือ 18 คน ส่วนผู้โดยสารที่เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ คือนายเจฟ คิตเชน ชาวอังกฤษ วัย 73 ปี

สิงคโปร์แอร์ไลน์ ระบุว่า มีผู้โดยสารทั้งหมด 211 คนและลูกเรือ 18 คนบนเที่ยวบิน SQ321 โดยสัญชาติของผู้โดยสารประกอบด้วย 56 คนจากออสเตรเลีย, 2 คนจากแคนาดา, 1 คนจากเยอรมนี, 3 คนจากอินเดีย, 2 คนจากอินโดนีเซีย, 1 คนจากไอซ์แลนด์, 4 คนจากไอร์แลนด์, 1 คนจากอิสราเอล, 16 คนจากมาเลเซีย, 2 คนจากเมียนมา, 23 คน จากนิวซีแลนด์, 5 คนจากฟิลิปปินส์, 41 คนจากสิงคโปร์, 1 คนจากเกาหลีใต้, 2 คนจากสเปน, 47 คนจากสหราชอาณาจักร และ 4 คนจากสหรัฐฯ

...

นายโก๊ะ ชุน ฟง กล่าวว่า สิงคโปร์แอร์ไลน์ ได้ส่งทีมเจ้าหน้าที่ไปที่กรุงเทพฯ อย่างรวดเร็วเมื่อคืนที่ผ่านมา และได้ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ด้วยการสนับสนุนภาคพื้นดิน โดยเที่ยวบินบรรเทาทุกข์ที่มีผู้โดยสารและลูกเรือจำนวน 143 ราย ที่สามารถเดินทางได้ เดินทางไปสิงคโปร์ ในช่วงเช้าวันนี้ (22 พ.ค.) เมื่อเวลา 05.05 น. ตามเวลาท้องถิ่น ส่วนผู้โดยสารอีก 79 คนและลูกเรือ 6 คนยังคงอยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งรวมถึงผู้บาดเจ็บที่ได้รับการรักษาพยาบาล ครอบครัว และบุคคลอันเป็นที่รักบนเที่ยวบินด้วย เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินของสิงคโปร์แอร์ไลน์จะให้การสนับสนุนที่เป็นไปได้ทั้งหมดต่อไป สายการบินได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสืบสวน

ข้อมูลการติดตามเที่ยวบินที่บันทึกโดยเว็บไซต์ "ไฟลต์เรดาร์ 24" แสดงให้เห็นว่าก่อนเกิดเหตุ เที่ยวบินของสิงคโปร์แอร์ไลน์ กำลังเดินทางที่ระดับความสูง 37,000 ฟุต หรือ 11,300 เมตร แต่หลังจากเวลา 08.00 น. ตามเวลามาตรฐานสากล หรือ 15.00 น. ตามเวลาประเทศไทย เครื่องก็ดิ่งลงอย่างกะทันหันลงสู่ระดับ 31,000 ฟุต หรือ 9,400 เมตร ในช่วงเวลาประมาณ 3 นาที โดยเครื่องบินอยู่ที่ระดับความสูงดังกล่าวเป็นเวลาเพียงไม่ถึง 10 นาที ก่อนที่จะร่อนลงและลงจอดที่กรุงเทพฯ อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง.

ที่มา BBC

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign