กองทัพอาระกัน หนึ่งในกลุ่มติดอาวุธในเมียนมา อ้างว่า พวกเขายึดหน่วยบัญชาการทหารในรัฐยะไข่ได้สำเร็จ หลังบุกโจมตีจนทหารยอมจำนน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพอาระกัน (Arakan Army - AA) กองกำลังติดอาวุธกลุ่มชาติพันธุ์ในเมียนมา เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ 6 พ.ค. 2567 ว่า พวกเขายึดหน่วยบัญชาการทหารในรัฐยะไข่ ทางตะวันตกของประเทศ และควบคุมตัวทหารฝ่ายรัฐบาลได้หลายร้อยนาย

การปะทะกันระหว่างกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์กับกองทัพรัฐบาลในรัฐยะไข่ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ กองทัพอาระกันโจมตีกองกำลังความมั่นคงเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน ยุติการหยุดยิงระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งบังคับใช้มาตั้งแต่การรัฐประหารของกองทัพเมื่อปี 2564

กองทัพรัฐบาลยังคงครอบครองเมืองสิตตะเว (Sittwe) เมืองเอกของรัฐยะไข่เอาไว้ แต่นักรบของกลุ่ม AA ยึดพื้นที่ในเขตโดยรอบรวมถึงฐานที่มั่นบริเวณชายแดนติดกับอินเดียและบังกลาเทศเอาไว้แล้ว

เมื่อวันจันทร์ AA เผยแพร่คลิปวิดีโอระบุว่า พวกเขายึดหน่วยบัญชาการยุทธการทหารที่ 15 (MOC 15) ใกล้เมืองบุติด่อง (Buthidaung) ห่างจากเมืองสิตตะเวไปทางเหนือราว 90 กม.ได้แล้ว โดยวิดีโอไม่ได้บอกว่าพวกเขายึดได้เมื่อไร แต่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีการปะทะเกิดขึ้นเป็นประจำรอบเมืองบุติด่องในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

ข้อความประกอบคลิปวิดีโอ ซึ่งมีถึง 3 ภาษา ได้แก่ เมียนมา, จีน และอังกฤษ ระบุว่า หลังการโจมตีครั้งสุดท้าย กองทัพรัฐบาลทหารก็พบกับความพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง และยอมจำนน

ภาพจากคลิปแสดงให้เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์เดินเรียงแถวผ่านสนาม โดยบางคนสวมชุดที่ดูเหมือนเป็นเครื่องแบบทหาร ขณะที่บางคนสวมกางเกงขาสั้น เสื้อทีเชิ้ต และรองเท้าแตะ บ้างก็ไม่สวมรองเท้า และมีอย่างน้อย 1 คน เดินกะเผลกโดยมีผ้าพันแผลที่เข่า และหลายคนถูกหามมาบนเปล บางช่วงของคลิปยังมีภาพผู้หญิงและเด็กเดินตามชายกลุ่มนี้ด้วย

...

วิดีโอยังแสดงให้เห็นคนประมาณ 200 คน นั่งเรียกแถวในพื้นที่โลก โดยมีชายในเครื่องแบบและถืออาวุธปืนหลายคนคอยจับตาดู

ทั้งนี้ กองทัพอาระกันเป็นหนึ่งในกลุ่มติดอาวุธกลุ่มชาติพันธุ์ ในพื้นที่ชายแดนเมียนมา โดยหลายกลุ่มต่อสู้กับกองทัพตั้งแต่ประเทศได้รับอิสรภาพจากอังกฤษในปี 2491 เพื่อสิทธิในการปกครองตนเอง และควบคุมทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์

กองทัพอาระกันอ้างว่า พวกเขาต่อสู้เพื่อให้ชนกลุ่มน้อยในรัฐยะไข่มีสิทธิ์ปกครองตนเองมากขึ้น โดยการต่อสู้ระหว่างพวกเขากับกองทัพรัฐบาลในปี 2562 ทำให้มีผู้ต้องอพยพพลัดถิ่นมากถึง 200,000 คน

องค์กรสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาตีระบุว่า หลังจากการหยุดยิงระหว่างกองทัพอาระกับรัฐบาลล่มในเดือนพฤศจิกายน 2566 การต่อสู้ก่อแผ่ขยายไปใน 15 จาก 17 เมืองของรัฐยะไข่ มีประชาชนถูกสังหารหรือบาดเจ็บหลายร้อยราย และมีผู้ที่ต้องพลัดถิ่นอีกมากกว่า 300,000 คน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna