สถานการณ์น้ำท่วมในรัฐทางใต้ของบราซิลยังไม่บรรเทาลง ล่าสุดจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 75 ศพแล้ว ขณะที่มีผู้สูญหายอีกนับร้อยคน จนเกิดความกังวลว่าจำนวนผู้เคราะห์ร้ายจะสูงขึ้นอีก
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตเนื่องจากฝนตกหนัก จนเกิดเหตุน้ำท่วมรุนแรงในรัฐริโอ กรันดี โด ซูล ทางตอนใต้ของประเทศบราซิล เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 75 ศพแล้ว ในวันอาทิตย์ที่ 5 พ.ค. 2567 ขณะที่ทางการท้องถิ่นเผยว่า มีประชาชนที่ต้องอพยพหนีภัยพิบัติอีกหลายหมื่นคน
ประธานาธิบดี ลูอิส อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา เดินทางถึงรัฐริโอ กรันดี โด ซูล เมื่อวันอาทิตย์ พร้อมกับสมาชิกคณะรัฐมนตรีเกือบทุกคนของเขา เพื่อหารือเรื่องการช่วยเหลือและการฟื้นฟูความเสียหายร่วมกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
จำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากสำนักงานป้องกันพลเรือนรัฐ ริโอ กรันดี โด ซูล ระบุว่า จำนวนผู้สูญหายเพิ่มขึ้นจาก 70 คน เป็นอย่างน้อย 103 คนแล้วในวันอาทิตย์ และพวกเขากำลังสืบสวนว่า การเสียชีวิตของผู้เคราะห์ร้ายอีก 6 ศพ มีความเกี่ยวข้องกับพายุฝนหรือไม่
ทั้งนี้ สภาพอากาศสุดขั้วที่บราซิลกำลังเผชิญ เป็นผลจากการรวมกันของสภาวะอากาศ 3 อย่างซึ่งเกิดขึ้นได้ยาก ได้แก่ อุณหภูมิที่สูงผิดปกติ, ความชื้นสูง และลมแรง
เมืองในรัฐริโอ กรันดี โด ซูล มากกว่า 2 ใน 3 จากทั้งหมด 497 เมือง ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมาตลอดช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ขณะที่เมื่อเช้าวันอาทิตย์ ยังมีฝนตกที่เมืองปอร์โต อาเลเกร เมืองเอกของรัฐ รวมถึงพื้นที่อื่นๆ ของ ริโอ กรันดี โด ซูล ทำให้ประชาชนที่ต้องอพยพหนีภัยธรรมชาติเพิ่มขึ้นจนมากกว่า 88,000 คน แล้ว
น้ำท่วมส่งผลให้ถนนและสะพานหลายสายถูกทำลาย ขณะที่ฝนทำให้เกิดดินถล่มหลายจุด และทำให้เขื่อนของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำขนาดเล็กใกล้เมือง เบนโต กอนซัลเวส พังถล่มบางส่วน จนเกิดน้ำท่วมฉับพลัน มีผู้เสียชีวิตถึง 30 ศพ
...
เจ้าหน้าที่เตือนด้วยว่า เขื่อนแห่งที่ 2 ในเมืองเบนโต กอนซัลเวส ก็มีความเสี่ยงที่จะพังทลายเช่นกัน เนื่องจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นมาก
ที่เมืองปอร์โต อาเลเกร ทะเลสาบกวยบามีน้ำล้นตลิ่งสูงกว่า 2 เมตร ซึ่งนับเป็นสถิติสูงที่สุดเท่าที่มีการบันทึกมา ทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมหลายพื้นที่ และทำให้ท่าอากาศยานนานาชาติในเมืองแห่งนี้ ต้องประกาศระงับเที่ยวบินทั้งหมดอย่างไม่มีกำหนดมาตั้งแต่เมื่อวันศุกร์แล้ว
นายเอดูอาโด เลเต ผู้ว่าการรัฐริโอ กรันดี โด ซูล บอกกับผู้สื่อข่าวเมื่อค่ำวันเสาร์ว่า รัฐแห่งนี้ต้องการแผนงานฟื้นฟูความเสียหายจากพายุและผลที่ตามมา
ที่เมืองคาโนอาส ใกล้เมืองปอร์โต อาเลเกร นายฮูลิโอ มานิเชสเก วัย 76 ปี ได้รับความช่วยเหลือจากทีมอาสาสมัครแล้ว หลังจากเขาต้องอยู่บนหลังคาบ้านตัวเองมาตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ โดยนายมานิเชสเกกล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 52 ปี ที่เขาอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ เขาไม่เคยเห็นน้ำท่วมมากมายขนาดนี้มาก่อน
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : reuters