- สงครามยูเครนกลับมาดุเดือดอีกครั้ง กองทัพรัสเซียโหมโจมตีทั้งโครงสร้างพื้นฐาน และเป้าหมายทางทหารของยูเครนอย่างหนัก หลังจากรัสเซียสามารถยึดเมืองอุตสาหกรรม อัฟดีฟกาทางภาคตะวันออกได้สำเร็จตั้งแต่เดือน ก.พ.2567
- กระทรวงกลาโหมรัสเซียประกาศชัย สามารถยึดหมู่บ้านในแคว้นโดเนตสก์ได้อีกแห่ง หลังจากกองทัพยูเครนตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ พ่ายแพ้ในสมรภูมิรบแนวหน้าจนต้องถอนกำลังทหารจากหลายหมู่บ้านก่อนหน้านี้
- เลขาฯนาโต และบรรดานักวิเคราะห์ชี้ สาเหตุความพ่ายแพ้ในแนวรบตะวันออกของยูเครนเป็นเพราะขาดแคลนเครื่องกระสุน และอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารอย่างมาก เพราะสหรัฐฯ และนาโต จัดส่งมาให้ช้า ไม่เป็นไปตามสัญญาที่ให้ไว้
สงครามรัสเซีย-ยูเครน กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เปิดฉากทำสงครามในยูเครนมานานกว่า 2 ปี เมื่อกองทัพทั้งสองฝ่ายระดมโจมตีทั้งระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ และเป้าหมายทางทหารกันหนักหน่วงมากขึ้นในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนเมษายน ที่ผ่านมา
การหวนกลับมาสู้รบกันดุเดือดมากขึ้นของรัสเซีย และยูเครน มีขึ้น หลังประธานาธิบดีโจ ไบเดนแห่งสหรัฐฯได้ลงนามร่างกฎหมายความช่วยเหลือครั้งใหม่แก่ยูเครน วงเงินสูงถึง 6.1 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราว 2.2 ล้านล้านบาท เมื่อ 20 เมษายน 2567 หลัง ‘ค้างเติ่ง’ ในสภาคองเกรสมานานหลายเดือน เนื่องจากโดนพรรครีพับลิกันคัดค้าน กว่าจะผ่านสภาได้ในที่สุด
...
รัสเซีย-ยูเครน กลับมาสู้รบกันดุเดือด
กระทรวงกลาโหมรัสเซีย รายงานเมื่อ 27 เม.ย. 2567ว่า กองทัพรัสเซียได้โจมตีเป้าหมายหลักๆ ของยูเครนถึง 35 แห่ง ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้ใช้ขีปนาวุธที่มีความแม่นยำสูง ยิงจากบนบกและในทะเล รวมทั้งขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง ‘คินซาล’ ที่สามารถบรรจุหัวรบแบบธรรมดาและหัวรบนิวเคลียร์ เดินทางไปโจมตี เป้าหมายที่อยู่ไกลถึง 2,000 กม.ในการโจมตีเป้าหมายระบบโครงสร้างพื้นฐาน และโรงงานพลังงานของยูเครน
ขณะที่กองทัพอากาศของยูเครน รายงานวันเดียวกันว่าเกิดการต่อสู้ระหว่างทหารรัสเซียกับยูเครนในสมรภูมิรบถึง 79 แห่ง ในช่วง 24 ชั่วโมง พร้อมอ้างว่ากองทัพยูเครนได้โจมตีเป้าหมาย ทั้งทหารรัสเซีย ยุทโธปกรณ์ทางทหาร และสถานีเรดาร์ระบบป้องกันภัยทางอากาศ รวมทั้งเป้าหมายอื่นๆ ของรัสเซียได้เช่นกัน
โดยพลโท ไมโคลา โอเลชชุก ผบ.กองทัพอากาศยูเครนยังเปิดเผยว่า รัสเซียได้ยิงขีปนาวุธถึง 34 ลูกมาโจมตียูเครนทั้งทางบก อากาศ และทางทะเลในช่วงวันที่ 27-28 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่ยูเครนสามารถสกัดขีปนาวุธจากรัสเซียจนตกถึง 21 ลูก
อย่างไรก็ตาม การโจมตีของรัสเซียทำให้โรงงานพลังงานหลายแห่งทางภาคกลาง และภาคตะวันตกของยูเครนได้รับความเสียหายอย่างหนัก เนื่องจากยูเครนกำลังเผชิญหน้ากับการขาดแคลนด้านระบบป้องกันภัยทางอากาศ ทำให้ ปธน.โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ร้องขอให้ชาติพันธมิตรส่งขีปนาวุธ โดยเฉพาะขีปนาวุธแพทริออตมาให้แก่ยูเครน
ยูเครนถอย-รัสเซียฉวยความได้เปรียบ เร่งโจมตี
ด้านพลโทโอเล็กซานเดอร์ ซีร์สกี ผู้บัญชาการกองทัพบกยูเครนคนใหม่ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ยอมรับว่าสถานการณ์แนวหน้าทางภาคตะวันออกของยูเครนกำลังเลวร้ายลง ทำให้กองทัพบกยูเครนต้องตัดสินใจถอนกำลังทหารยูเครนจากฐานที่มั่นหลายแห่งในภูมิภาคดอนบาส ทางภาคตะวันออกของยูเครน ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในการยึดครองของทหารรัสเซีย เนื่องจากขณะนี้รัสเซียพยายามอาศัยความได้เปรียบระดมโจมตีเป้าหมายในยูเครนอย่างหนัก
ขณะนี้ทางฝ่ายยูเครนกำลังรออาวุธยุทโธปกรณ์ชุดใหม่จากสหรัฐฯ ที่ยังถูกส่งมาไม่ถึงแนวหน้า ในขณะที่ยูเครนได้ขาดแคลนเครื่องกระสุน กำลังทหาร และระบบป้องกันภัยทางอากาศมานานหลายเดือนแล้ว
...
รัสเซียรุกยึดพื้นที่แนวรบตะวันออกต่อเนื่อง
CNN รายงานว่า กองทัพรัสเซียของปูตินสามารถยึดพื้นที่อย่างน้อย 3 แห่งในสมรภูมิรบแนวหน้า ทางภาคตะวันออกของยูเครน อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ที่กำลังทหารรัสเซียสามารถรุกคืบเข้าไปในแคว้นคาร์คีฟ ทางตอนเหนือของยูเครนได้
ด้านบรรดานักวิเคราะห์มองว่า ยุทธวิธีรุกยึดพื้นที่ของกองทัพรัสเซียเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกวันในขณะนี้ และเป็นการสะท้อนจังหวะใหม่ในสนามรบ นับตั้งแต่ฝ่ายรัสเซียสามารถยึดเมืองอุตสาหกรรม ‘อัฟดีฟกา’ ได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 (ทั้งนี้ เมืองอัฟดีฟกา ตั้งอยู่ในภูมิภาคดอนบาส (ประกอบด้วยแคว้นโดเนตสก์ และลูฮานสก์) ซึ่งเป็นเขตอุตสาหกรรม และอัฟดีฟกาอยู่ห่างจากเมืองโดเนตสก์ ไปทางเหนือเพียงแค่ 19 กิโลเมตร)
นอกจากนั้น ความพ่ายแพ้ของกองทัพยูเครนในสมรภูมิรบแนวหน้าทางภาคตะวันออก ยังสอดประสานกับการรายงานข่าวและวิเคราะห์สถานการณ์ความคืบหน้าในสงคราม โดยบล็อกเกอร์สายทหารที่มีคนติดตามจำนวนมาก ทั้งในยูเครนและรัสเซีย ซึ่งรายงานความคืบหน้าสงครามในยูเครนว่ากองทัพยูเครนกำลังพ่ายแพ้ในสมรภูมิแนวหน้า จากที่เคยเสียพื้นที่ให้รัสเซียไปวันละไม่กี่หลายร้อยเมตร ตอนนี้ บางทียูเครนได้เสียพื้นที่ไปวันละหนึ่งกิโลเมตรเลยทีเดียว
...
รัสเซียยึดหมู่บ้านในภาคตะวันออกยูเครนได้ต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 29 เมษายน ที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมรัสเซียยังอ้างว่า ทหารรัสเซียสามารถยึดหมู่บ้านเซมิเนฟกา ในแคว้นโดเนตสก์ ได้อีกหนึ่งหมู่บ้าน นับเป็นชัยชนะในสมรภูมิรบแนวหน้าของรัสเซีย หลังจากเมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน กระทรวงกลาโหมรัสเซียประกาศสามารถยึดหมู่บ้าน โนโวบักห์มูทีฟกา ซึ่งอยู่ห่างไปทางตอนเหนือของหมู่บ้านเซมินิฟกาไม่ไกล
นอกจากนั้น ชัยชนะอย่างต่อเนื่องของรัสเซียในสมรภูมิรบทางตะวันออกยูเครน ยังมีขึ้นหลังจากผู้บัญชาการทหารบกยูเครนได้สั่งถอนกำลังทหารออกจาก 7 หมู่บ้านทางภาคตะวันออกของยูเครน รวมทั้งหมู่บ้านเซมินิฟกา ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
...
ชาติสมาชิกนาโตไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับยูเครน
เยนส์ สโตลเทนเบิร์กส์ เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ(นาโต) กล่าวที่กรุงเคียฟ เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2567 ขณะมาพบหารือกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ถึงสาเหตุที่ทำให้กองทัพยูเครนพ่ายแพ้ต่อเนื่องในสมรภูมิรบแนวหน้าทางตะวันออกว่า เป็นเพราะชาติสมาชิกนาโตไม่จัดส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ เครื่องกระสุนมาให้ยูเครนตามคำสัญญาที่ให้ไว้ จึงทำให้ฝ่ายรัสเซียสามารถพิชิตแนวรบทางตะวันออกได้ต่อเนื่อง นอกจากนั้น การจัดส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ล่าช้าอย่างมากให้แก่ยูเครน ก่อให้เกิดผลลัพธ์ร้ายแรงตามมาต่อเนื่องในสนามรบ หลังจากยูเครนได้เผชิญหน้ากับสงครามผ่านมากว่าสองปี
ผู้เขียน : อรัญญา ศรีจันทรนิตย์
ที่มา : CNN,theguardian,cnbc