สะพานแขวนที่เมืองบัลติมอร์เคยถูกเรือสินค้าชนมาแล้วเมื่อกว่า 40 ปีก่อน แต่ตอนนั้นแทบไม่ได้รับความเสียหาย ต่างจากเหตุการณ์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งสะพานถล่มแทบทั้งหมด
จากกรณี สะพานฟรานซิส สกอตต์ คีย์ ในเมืองบัลติมอร์ รัฐแมรีแลนด์ ของสหรัฐอเมริกา ถูกเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ชื่อ ‘ดาลี’ พุ่งชนเสาตอม่อ หลังจากสูญเสียแรงขับเคลื่อน จนทำให้สะพานแขวนความยาว 2.5 กม. เส้นนี้พังถล่มลงมาเกือบทั้งหมดเมื่อวันอังคารที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา และมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 6 ศพ
แต่เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก สะพานแห่งนี้เคยถูกเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งประสบปัญหาสูญเสียพลังงานเช่นเดียวกัน ชนมาแล้วเมื่อกว่า 4 ทศวรรษก่อน แต่สะพานก็ยังคงตั้งตระหง่านมาจนถึงเมื่อวันอังคารนี้
เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2523 เรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์สัญชาติญี่ปุ่น ชื่อ ‘บลู นาโงยะ’ พยายามลอยข้ามอ่าวบัลติมอร์ แต่กลับสูญเสียแรงขับเคลื่อนขณะอยู่ห่างจากสะพานฟรานซิสฯ เพียง 550 ม. หลังจากแผงควบคุมไฟฟ้าปิดตัวในช่วงเช้ามืด จากนั้นเรือจึงแล่นไปชนตอม่อสะพาน
อุบัติเหตุครั้งนั้นฉีกโครงสร้างป้องกันตอม่อสะพานเป็นทางยาวราว 9.1 ม. แต่ตัวเสาตอม่อแค่มีรอยบิ่น ไม่ได้เสียหายร้ายแรง ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่ามีความเป็นไปได้น้อยมากที่ความเสียหายจากเหตุการณ์นี้จะเกี่ยวข้องกับการถล่มของสะพานในวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา เพราะผลการตรวจสอบก่อนหน้านั้นพบว่าสะพานอยู่ในสภาพดี
แต่สิ่งหนึ่งที่แตกต่างกันมากระหว่างเหตุการณ์เมื่อวันอังคารกับเมื่อ 40 ปีก่อน คือ ขนาดของเรือที่ชน เรือดาลีมีความยาวร่วม 300 ม. ขณะที่เรือบลู นาโงยะ มีความยาวและมีน้ำหนักเพียง 1 ใน 3 ของเรือดาลีเท่านั้น แต่ในยุคนั้นก็ถือว่าเป็นเรือขนาดใหญ่แล้ว
...
ในช่วงทศวรรษที่ 1970 ซึ่งเป็นตอนที่สะพานฟรานซิสฯ ถูกสร้างขึ้น เรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ทั่วไปจะสามารถขนตู้สินค้าขนาด 20 ฟุตได้ราว 2,500 ตู้ แต่การขยายคลองปานามาทำให้ท่าเรือบริเวณชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ต้องรับมือเรือสินค้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เช่นเรือดาลี ซึ่งขนตู้สินค้าขนาด 20 ฟุต 10,000 ตู้ และมีเรือที่ใหญ่กว่านี้ด้วย
นอกจากขนาดที่แตกต่างกันแล้ว ในตอนเกิดเหตุ เรือบลู นาโงยะ ยังแล่นด้วยความเร็วเพียง 6 นอต ต่างจากเรือดาลีที่วิ่งด้วยความเร็ว 8 นอต ซึ่งการที่เรือมีขนาดใหญ่กว่า และแล่นด้วยความเร็วที่มากกว่า จะทำให้เกิดแรงปะทะต่อตัวสะพานมากกว่า
ผู้เชี่ยวชาญบอกด้วยว่า สะพานฟรานซิสฯ รวมถึงสะพานอื่นๆ ที่สร้างขึ้นในยุคเดียวกัน ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ป้องกันตัวเองจากการชนของเรือลำใหญ่อย่างดาลี และอาจเป็นแรงบันดาลใจให้วิศวกรประเมินโครงสร้างพื้นฐานที่อายุมากในสหรัฐฯ ใหม่อีกครั้งว่ามันสามารถทนแรงกระแทกจากเรือขนาดใหญ่ที่เล่นบนเส้นทางน้ำในทุกวันนี้ได้หรือไม่
“นี่คือการปลุกให้ตื่นอย่างแท้จริง” ริค เกดเดส ศาสตราจารย์และผู้อำนวยการภาควิชานโยบายโครงสร้างพื้นฐาน ของมหาวิทยาลัย คอร์เนลล์ กล่าวว่า “คนที่สร้างสะพานฟรานซิส สกอตต์ คีย์ ไม่มีทางคาดการณ์ได้เลยว่าจะมีเรือใหญ่ขนาดนี้ มันไม่ใช่ความผิดของพวกเขา พวกเขาไม่ได้มีลูกแก้วทำนายอนาคต”.
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cnn