ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย แถลงว่า มือปืนทั้ง 4 คนที่ก่อเหตุโจมตีสถานที่จัดคอนเสิร์ตแห่งหนึ่งในกรุงมอสโก ถูกจับกุมแล้ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 133 ศพ

เหตุกลุ่มคนร้ายกราดยิงผู้คนในสถานที่แสดงคอนเสิร์ตใกล้กรุงมอสโกของรัสเซีย เมื่อวันศุกร์ (22 มี.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 133 ศพ และบาดเจ็บมากกว่า 140 ราย ด้านกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอซิส) อ้างเป็นผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่กล่าวว่ามีผู้ถูกควบคุมตัวได้ทั้งหมด 11 คน และมือปืน 4 คนถูกจับได้ขณะกำลังมุ่งหน้าไปยังยูเครน

เมื่อวันเสาร์ "อามัก" บัญชีของกลุ่มไอซิสบนเทเลแกรมได้โพสต์ภาพของชายสวมหน้ากาก 4 คนที่พวกเขาอ้างว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการโจมตี รัสเซียยังไม่ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการกล่าวอ้างของไอซิส ต่อมากลุ่มได้เผยแพร่วิดีโอที่อ้างว่าเป็นภาพจากการโจมตี ซึ่งเป็นภาพมือปืนคนหนึ่งเปิดฉากยิงใส่ผู้คนจำนวนมาก

ด้านประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย กล่าวในการปราศรัยทางโทรทัศน์ ประณามเหตุกราดยิงครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในรัสเซียในรอบเกือบ 20 ปี ว่าเป็น "การกระทำของผู้ก่อการร้ายป่าเถื่อน" และย้ำข้อมูลจากหน่วยความมั่นคงของรัสเซียก่อนหน้านี้ว่าคนร้ายพยายามหลบหนีไปยังยูเครน

ทางการยูเครนปฏิเสธคำกล่าวอ้างที่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีครั้งนี้ว่า "ไร้สาระ" ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวหานายปูตินว่าพยายาม "กล่าวโทษ" ยูเครนสำหรับการโจมตีครั้งนี้ "แทนที่จะจัดการกับพลเมืองรัสเซีย นายปูตินกลับเงียบไปหนึ่งวัน และพยายามคิดว่าจะโยงเรื่องนี้ไปยังยูเครนได้อย่างไร"

สภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ระบุว่า ได้เตือนรัสเซียถึงการโจมตี "การชุมนุมขนาดใหญ่" ที่อาจเกิดขึ้นในกรุงมอสโกเมื่อต้นเดือนนี้ รัฐบาลรัสเซียในเวลานั้นมองว่านั่นเป็น "โฆษณาชวนเชื่อ" และเป็นความพยายามของสหรัฐฯ ที่จะเข้าไปแทรกแซงการเลือกตั้งรัสเซีย

...

รายงานการโจมตีร้ายแรงภายใน "โครคัส ซิตี้ ฮอลล์" ในเขตครัสโนกอร์สค์ ชานกรุงมอสโก เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ของวันศุกร์ ก่อนเกิดเหตุมีผู้คนมากถึง 6,200 คนมารวมตัวกันที่นั่นเพื่อชมคอนเสิร์ตของวงปิกนิก ซึ่งเป็นวงดนตรีร็อกยุคสหภาพโซเวียต

คลิปวิดีโอหนึ่งที่โพสต์ทางออนไลน์แสดงให้เห็นชายหลายคนเดินอยู่บริเวณลานด้านนอก และเปิดฉากยิงใสฝูงชน ก่อนที่จะเข้าไปภายใน ส่วนคลิปอื่นๆ เผยให้เห็นฝูงชนจำนวนมากที่กรีดร้องและวิ่งหนีด้วยความตื่นตระหนก ขณะที่หลายคนซ่อนตัวอยู่หลังที่นั่งขณะที่กลุ่มคนเหล่านั้นยิงเข้าไปในออดิทอเรียม และบางคนได้หลบหนีกลุ่มมือปืนไปที่ชั้นใต้ดิน และขึ้นไปบนหลังคา

ด้านนอกอาคารได้เกิดกลุ่มควันขนาดใหญ่ ต่อมามีผู้พบเห็นเพลิงไหม้ลุกลามหลังคาและส่วนหน้าของอาคาร สำนักข่าวทาสส์ของรัฐบาลรัสเซียรายงานว่า ประมาณหนึ่งในสามของอาคารถูกไฟไหม้ ส่วนรายงานข่าวอื่นๆ ระบุถึงการระเบิด ซึ่งส่งผลทำให้กระจกที่ชั้นบนสุดของอาคารแตกละเอียด

คณะกรรมการสืบสวนของรัสเซีย ระบุว่า คนร้ายใช้ของเหลวไวไฟจุดไฟเผาส่วนต่างๆ ของคอนเสิร์ตฮอลล์ และผู้เสียชีวิตมีบาดแผลจากการถูกกระสุนปืน และการสูดควันพิษ

สส.อเล็กซานเดอร์ คินชทีน ของรัสเซีย เผยว่า กลุ่มคนร้ายหลบหนีจากที่เกิดเหตุด้วยรถยนต์ยี่ห้อเรโนลต์ ตำรวจในแคว้นบรีอันสค์ห่างจากกรุงมอสโกไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 340 กิโลเมตร สกัดรถได้ในคืนวันที่เกิดเหตุ และสั่งให้จอดตรวจ แต่คนขับฝ่าฝืนจึงมีการไล่ล่า จับกุมคนร้ายได้ 2 คน และอีก 2 คนหนีเข้าป่าก่อนถูกจับกุมเช่นกัน ตำรวจพบปืนพก ซองกระสุนปืนไรเฟิล และหนังสือเดินทางทาจิกิสถานหลายเล่มภายในรถ ทั้งนี้ทาจิกิสถานเป็นประเทศในเอเชียกลาง ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม และเคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต 

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมามีการจัดตั้งจุดสำหรับการไว้อาลัยชั่วคราวขึ้นนอกสถานที่แสดงคอนเสิร์ต ซึ่งชาวกรุงมอสโกได้จุดเทียนและวางดอกไม้ นอกจากนั้นยังมีผู้คนจำนวนมากเข้าคิวเพื่อบริจาคเลือดให้กับเหยื่อเหตุสังหารหมู่ ส่วนประธานาธิบดีปูตินได้ประกาศให้วันนี้ (24 มี.ค.) เป็นวันแห่งการไว้อาลัยทั่วประเทศ และกิจกรรมต่างๆ ในช่วงสุดสัปดาห์ได้ถูกยกเลิกทั่วรัสเซีย.

ที่มา BBC

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign