ทางการจีนเผย จำนวนคู่รักแต่งงานในปี 2566 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหลายแสนคู่ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี ที่สถิติดังกล่าวเพิ่มขึ้น ท่ามกลางปัญหาอัตราการเกิดตกต่ำในแดนมังกรกำลังหาทางแก้ไข

เมื่อวันจันทร์ที่ 18 มี.ค. 2567 กระทรวงกิจการพลเรือนของประเทศจีน เปิดเผยว่า จำนวนคู่รักที่แต่งงานกันในปี 2566 มีจำนวน 7.68 ล้านคู่ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้านั้น 845,000 คู่ หรือคิดเป็น 12.4% นับเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี ที่จำนวนคู่แต่งงานในแดนมังกรเพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ จีนใช้นโยบายลูกคนเดียวตั้งแต่ปี 2522 เพื่อควบคุมจำนวนประชากร ณ ขณะนั้น จนกระทั่งเกิดปัญหาอัตราการเกิดต่ำ จีนจึงเปลี่ยนแปลงนโยบาย 2 ครั้ง ในปี 2558 และปี 2564 เพื่อหาทางเพิ่มจำนวนประชากร โดยการรณรงค์ให้คู่รักแต่งงานด้วยสิทธิประโยชน์ต่างๆ ก็เป็นหนึ่งในวิธีที่พวกเขาเลือกใช้

เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคม นายกรัฐมนตรี หลี่ เฉียง ให้คำมั่นว่า รัฐบาลจะทำให้เพื่อการสร้างสังคมที่เป็นมิตรต่อการเกิดของเด็กๆ และส่งเสริมการพัฒนาจำนวนประชากรอย่างสมดุลและยั่งยืน นอกจากนั้นรัฐบาลจะปรับนโยบายเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการคลอดบุตร, การเลี้ยงดูบุตร และการศึกษา รวมทั้งปรับปรุงนโยบายการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรให้ดีขึ้นด้วย

อนึ่ง เมื่อปี 2566 ประชากรของจีนลดลงเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ทั้งจากอัตราการเกิดที่ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ กอปรกับการเสียชีวิตจากการระบาดของไวรัสโควิด-19

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาชาวจีนจำนวนมากเลือกที่จะครองตัวเป็นโสด เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ขณะที่ผู้หญิงอายุน้อยหลายคนก็ไม่กล้าแต่งงาน เพราะกังวลเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินที่เข้าข้างฝ่ายชายมากกว่า

นอกจากนั้น สถิติล่าสุดยังชี้ว่าจำนวนคู่สมรสที่จดทะเบียนหย่ากันในปี 2566 ก็เพิ่มสูงขึ้นด้วย โดยมีคู่สมรสที่จดทะเบียนหย่ากันโดยยินยอมพร้อมใจทั้งสองฝ่ายถึง 2.59 ล้านคู่ แต่กระทรวงกิจการพลเรือนยังไม่เปิดเผยตัวเลขผู้ที่หย่ากันโดยที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคัดค้าน

...

นอกจากปัญหาอัตราการเกิดตกต่ำแล้ว จีนยังต้องเตรียมรับมือสังคมผู้สูงอายุที่จะขยายตัวมากขึ้น โดยภายในช่วง 10 ปีข้างหน้านี้ชาวจีนราว 300 ล้านคน หรือเกือบเท่าประชากรทั้งหมดของสหรัฐฯ จะเข้าสู่วัยเกษียณแล้ว.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc