รัฐสภาไทยจัดสัมมนาสถานการณ์ในพม่า ถึงแม้ถูกรัฐบาลทหาร ภายใต้การนำของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ส่งหนังคือคัดค้าน ขณะที่ปรานปรีย์ รมว.ต่างประเทศไทย ยกเลิกการขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษในงานนาทีสุดท้าย
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อ 2 มีนาคม 2567 ว่า รัฐสภาไทยจัดสัมมนาเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศเมียนมา ‘3 ปี หลังรัฐประหาร สู่ประชาธิปไตยเมียมา และผลกระทบต่อความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย’ ระหว่างวันที่ 2-3 มีนาคม 2567 ถึงแม้ถูกคัดค้านจากรัฐบาลทหารเมียนมา ขณะที่ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยได้ยกเลิกการมาร่วมสัมมนาอย่างกะทันหัน หลังเดิมมีกำหนดขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษ
นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎรของไทย ซึ่งเป็นผู้จัดการสัมมนาในครั้งนี้กล่าวว่า สิ่งที่พวกเรากำลังทำในวันนี้ ถือเป็นก้าวแรกในการนำผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ มาพูดคุยกัน และจะเป็นการปูทางไปสู่การแก้ปัญหาทางการเมืองในพม่าอย่างสันติและยั่งยืน
...
ขณะที่วิทยากรที่ขึ้นกล่าวในการสัมมนาสถานการณ์ในพม่าครั้งนี้ ยังรวมทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (National Unity Government: NUG) ซึ่งเป็นรัฐบาลเงาของเมียนมา และกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มชาติพันธุ์แต่ไม่มีตัวแทนจากรัฐบาลทหารเมียนมา ภายใต้การนำของพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่ายมาเข้าร่วมการสัมมนาแต่อย่างใด
กระทรวงการต่างประเทศของเมียนมาได้ส่งหนังสือคัดค้านอย่างรุนแรงต่อรัฐสภาไทย ซึ่งรอยเตอร์ได้เห็นหนังสือฉบับนี้ ต่อการจัดสัมมนาเรื่องสถานการณ์ทางการเมืองในพม่า โดยระบุว่า จะก่อให้เกิดผลกระทบแง่ลบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ รวมทั้งขอให้รัฐสภาไทยยับยั้งการดำเนินการเคลื่อนไหวใดๆ ที่อาจนำไปสู่การขัดขวางความสัมพันธ์อันจริงใจที่กำลังดำเนินอยู่
รอยเตอร์ยังรายงานด้วยว่า นายปานปรีย์ รมว.ต่างประเทศของไทย ซึ่งเดิมจะขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนาครั้งนี้ ได้ยกเลิกกำหนดการในนาทีสุดท้าย ขณะที่โฆษกกองทัพเมียนมาก็ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นใดๆ และกระทรวงการต่างประเทศของไทยปฏิเสธที่จะแสดงความเห็น
ประเทศพม่าตกอยู่ในสถานการณ์วุ่นวายนับตั้งแต่กองทัพภายใต้การนำของพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อ 1 ก.พ. 2564 ในขณะที่ประเทศไทยต้องการเป็นผู้นำการริเริ่มด้านมนุษยธรรมในการทำงานร่วมกับกองทัพเมียนมาและกลุ่มอื่นๆ ที่จะปูทางไปสู่การเจรจาระหว่างสองฝ่ายเพื่อก่อให้เกิดสันติภาพในประเทศเมียนมา
ที่มา : Reuters