อินโดนีเซียปิดหีบ และเริ่มนับคะแนนเสียงเลือกตั้งแล้ว เพื่อเลือกประธานาธิบดีคนใหม่ต่อจากประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ที่ดำรงตำแหน่งมาครบ 2 สมัย
ทางการอินโดนีเซียกำลังนับคะแนนเสียง หลังการปิดหีบเลือกตั้งเมื่อเวลา 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่ถือเป็นการเลือกตั้งแบบวันเดียวครั้งใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ ต่อจากนายโจโก วิโดโด ซึ่งเป็นเป็นการแข่งขันระหว่างอดีตผู้ว่าการรัฐ 2 คน คือ นายกันจาร์ ปราโนโว และนายอานีส บาสเวดาน ที่ต้องแข่งขันกับนายปราโบโว ซูเบียนโต รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม และอดีตผู้บัญชาการกองกำลังพิเศษในสมัยอดีตประธานาธิบดีซูฮาร์โต
ทั้งนี้ ผลการเลือกตั้งเบื้องต้นคาดว่าจะทราบผลในช่วงเย็นวันนี้ (14 ก.พ.) โดยอิงจากการ "นับคะแนนอย่างรวดเร็ว" ของผู้สำรวจคะแนนเสียงอิสระ จากการสุ่มตัวอย่างตามหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ทั่วประเทศ โดยในการเลือกตั้งครั้งก่อน การนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการในลักษณะนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีความถูกต้อง
กฎหมายการเลือกตั้งห้ามไม่ให้เผยแพร่ผลการนับคะแนนอย่างรวดเร็วก่อนเวลา 15.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น คาดว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งจะประกาศผลอย่างเป็นทางการภายในวันที่ 20 มีนาคมเป็นอย่างช้าที่สุด
ขณะที่หลายฝ่ายมุ่งความสนใจไปที่การแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดี และแผนการของนายโจโกวีที่จะทำให้อินโดนีเซียเป็นศูนย์กลางรถยนต์ไฟฟ้า และเร่งผลักดันโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ รวมถึงแผนการย้ายเมืองหลวงแห่งใหม่มูลค่าหลายแสนล้านบาท โดยผลการสำรวจความคิดเห็น 2 ครั้งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วคาดการณ์ว่านายปราโบโว ซึ่งให้คำมั่นว่าจะสานต่อโครงการของนายโจโกวี จะได้รับเสียงสนับสนุนที่ 51.8% และ 51.9% ส่วนนายอานีส และนายกันจาร์ อยู่ที่ 27% และ 31% ตามลำดับ และหากต้องการชัยชนอย่างเด็ดขาด ผู้สมัครจะต้องมีคะแนนเสียงมากกว่า 50% และต้องได้คะแนนเสียง 20% จากครึ่งหนึ่งของจังหวัดทั้งหมดของประเทศ
...
การลงคะแนนเสียงในกรุงจาการ์ตาเริ่มต้นในช่วงเช้า ท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนองทำให้เกิดน้ำท่วมในบางพื้นที่ของกรุงจาการ์ตา หน่วยเลือกตั้งประมาณ 70 แห่งได้รับผลกระทบ แต่ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าได้ส่งผลกระทบต่อผู้ออกมาใช้สิทธิ์หรือไม่ โดยผู้ออกมาใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 75%
หน่วยเลือกตั้งบางแห่งในจังหวัดชวากลาง และบาหลี ได้รับการประดับตกแต่งด้วยสีชมพู และสีขาว เนื่องในในวันวาเลนไทน์ ในขณะที่หน่วยเลือกตั้งอื่นๆ ในจังหวัดชวาตะวันตก มีการแจกผลไม้ให้กับผู้ลงคะแนนเสียงที่รอการเลือกตั้ง
กลุ่มผู้ลงคะแนนเสียงที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ ถือว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อนายอานีส อดีตผู้ว่าการกรุงจาการ์ตา และนายกันจาร์ อดีตผู้ว่าการจังหวัดชวากลาง เพื่อให้มีการเลือกตั้งรอบที่สองในเดือนมิถุนายน ระหว่างผู้ได้คะแนนเสียง 2 อันดับแรก โดยนายอานีสกล่าวที่หน่วยเลือกตั้งว่า "ผมอยากเน้นย้ำว่าเราต้องการการเลือกตั้งที่ซื่อสัตย์ และยุติธรรม เพื่อให้เกิดความสงบสุข"
ทั้งนี้ หลังการเลือกตั้งปี 2562 ได้เกิดการจลาจลร้ายแรง เมื่อนายปราโบโว ซึ่งเคยลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีมาก่อน ได้แสดงความไม่พอใจต่อชัยชนะของ นายโจโกวี ทำให้ในปีนี้ทางการได้ส่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประมาณ 200,000 คน เฝ้าระวังตามจุดต่างๆ ทั่วประเทศ
นายอานีส หาเสียงโดยให้คำสัญญาว่าจะเปลี่ยนแปลง และป้องกันการถอยหลังของการปฏิรูปประชาธิปไตยที่ประสบความสำเร็จในรอบ 25 ปี นับตั้งแต่สิ้นสุดการปกครองแบบเผด็จการของซูฮาร์โต ด้านนายกันจาร์ หาเสียงโดยสัญญาที่จะสานต่อนโยบายของนายโจโกวีต่อไป โดยในช่วงกว่าทศวรรษของการดำรงตำแหน่ง นายโจโกวี ได้พยายามดึงดูดการลงทุน โดยออกกฎหมายที่ทำลายกฎเกณฑ์เดิมๆ และแก้ไขกฎเกณฑ์ทางธุรกิจ ตามข้อมูลของธนาคารโลก ความพยายามของฝ่ายบริหารของเขาในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อส่งผลดีต่อประชาชนหลายล้านคน และรายได้ต่อหัวเพิ่มขึ้น
ส่วนปราโบโว วัย 72 ปี ให้คำมั่นที่จะสานต่อนโยบายของ นายโจโกวี และในขณะเดียวกันก็เปลี่ยนภาพลักษณ์ของเขาจากคนที่เต็มไปด้วยความฉุนเฉียวให้กลายเป็นชายสูงอายุที่น่ารัก รวมถึงการเผยแพร่คลิปต่างๆ บนแอปพลิเคชันวิดีโอสั้นอย่าง TikTok ทำให้เขาถูกใจผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปี ซึ่งคิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 204.8 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม การที่ นายโจโกวี ออกมาแสดงการสนับสนุน นายปราโบโว บวกกับข้อกล่าวหาที่ว่าเขาแทรกแซงคำตัดสินของศาลที่อนุญาตให้บุตรชายลงแข่งขันชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเขาไม่มีความเป็นกลางในการส่งบุตรชายเพื่อสืบทอดตำแหน่ง.
ที่มา: Reuters
ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign