ผวาทั้งโลก นักวิทย์จีนทดลองเชื้อไวรัสโคโรนากลายพันธุ์กับหนูทดลอง พบทำลายสมอง ตาย 100% ภายใน 8 วัน จนผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อออกมาเรียกร้องให้รีบหยุดทำการวิจัย ก่อนจะสายเกินไป เชื้อไวรัสมรณะหลุดจากห้องแล็บ
เมื่อ 18 ม.ค. 2567 เดลี่เมล รายงานข่าว คณะนักวิทยาศาสตร์จีนในกรุงปักกิ่งกำลังทำการทดลองเชื้อไวรัสโคโรนากลายพันธุ์มรณะสุดอันตราย ซึ่งรู้จักในชื่อ GX_P2V กับหนูในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ (ห้องแล็บ) และพบว่าเชื้อไวรัสโคโรนากลายพันธุ์มรณะได้ทำลายสมอง จนเป็นเหตุให้หนูตาย 100% ในเวลาเพียงแค่ 8 วัน จนสร้างความตกใจอย่างมาก
ตามรายงานระบุว่า คณะนักวิทยาศาสตร์ซึ่งเกี่ยวข้องกับกองทัพจีนได้พบเชื้อไวรัสโคโรนานี้ในตัวนิ่ม ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม จากนั้นจึงได้โคลน หรือก๊อบปี้เชื้อไวรัส GX_P2V มาทำการทดลอง และได้ฉีดเชื้อไวรัสชนิดนี้ใส่ในหนูทดลองที่ทำให้ ‘มีลักษณะเหมือนมนุษย์’ ซึ่งหมายถึง การปรับแต่งทางพันธุวิศวกรรมเพื่อให้หนูเหล่านี้สร้างโปรตีนที่พบในมนุษย์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการศึกษาว่าเชื้อไวรัสโคโรนา GX_P2V จะก่อให้เกิดปฏิกิริยาใดบ้างเมื่อเข้าสู่ร่างกายของมนุษย์
จากผลการทดลอง ปรากฏว่า หนูทุกตัวที่ถูกฉีดเชื้อไวรัสโคโรนา GX_P2V ใส่ในร่างกายของมัน ได้ตายทุกตัว หรือ 100% เต็ม ภายในเวลาเพียงแค่ 8 วันเท่านั้น จนสร้างความตกตะลึง
นอกจากนั้นทีมนักวิยาศาสตร์จีนยังประหลาดใจเมื่อพบว่ามีเชื้อไวรัสโคโรนา GX_P2V จำนวนมากอยู่เต็มสมอง และดวงตาของหนู จึงทำให้มีการสันนิษฐานว่า เชื้อไวรัสโคโรนากลายพันธุ์มรณะนี้ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับเชื้อโควิด-19 สามารถเพิ่มจำนวน และแพร่กระจายไปทั่วร่างกายโดยวิธีที่เป็นเอกลักษณ์
...
จากผลการศึกษานี้ นักวิทย์จีนได้พบเชื้อไวรัสโคโรนานี้จำนวนมากอยู่ในสมอง ปอด จมูก ดวงตา และหลอดลมของหนูทดลอง ทว่าเมื่อมาถึงที่ 6 พบว่าจำนวนเชื้อไวรัสในปอดได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่กลับพบว่ามีเชื้อไวรัสโคโรนาอยู่ในสมองเป็นจำนวนมาก
ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่า เชื้อไวรัสโคโรนา GX_P2V ได้ติดเชื้อผ่านระบบทางเดินหายใจ จากนั้นได้แพร่กระจายสู่สมอง ซึ่งไม่เหมือนกับเชื้อโควิด-19 ที่ทำลายปอดส่วนล่างที่ติดเชื้อ และทำให้เกิดอาการปอดอักเสบรุนแรง
ในรายงานผลการศึกษาของคณะนักวิทยาศาสตร์ที่ University of Chemical Technology ในกรุงปักกิ่ง ซึ่งยังไม่ได้ถูกตีพิมพ์ลงในวารสารวิทยาศาสตร์ ได้ย้ำถึงความเสี่ยงของเชื้อไวรัสโคโรนาที่จะแพร่ติดต่อสู่มนุษย์
อีกทั้งแจ้งว่านักวิทยาศาสตร์ได้พบเชื้อไวรัสโคโรนานี้ในตัวนิ่มในประเทศมาเลเซีย ในปี 2560 ก่อนจะเกิดการระบาดของเชื้อโควิด-19 จากนั้นนักวิทย์ได้โคลนเชื้อไวรัสโคโรนานี้ และเก็บไว้เป็นจำนวนมากในห้องแล็บที่กรุงปักกิ่ง เพื่อต้องการศึกษาวิจัยต่อไป
อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่าการทดลองครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อใด แต่เหล่านักวิจัยได้ระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่เชื้อไวรัสโคโรนาได้เกิดการกลายพันธุ์ขณะถูกเก็บไว้ ซึ่งทำให้กลายเป็นเชื้อไวรัสที่อันตรายถึงตายมากขึ้น
ขณะเดียวกันการวิจัยนี้ได้สร้างความกังวลให้แก่บรรดานักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่ออย่างมาก เพราะกังวลว่าเชื้อไวรัสโคโรนากลายพันธุ์มรณะนี้อาจหลุดรอดออกมาจากห้องแล็บจนเกิดการระบาดใหญ่เหมือนกับการระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่เกิดขึ้นครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ยของจีน เมื่อปลายปี 2562 จนทำให้เกิดการระบาดใหญ่ทั่วโลก เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 7 ล้านศพ
ด้านศาสตราจารย์ Francois Balloux ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ ที่มหาวิทยาลัยคอลเลจ ลอนดอน ได้เขียนใน X หรือทวิตเตอร์เดิม ระบุว่า การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาที่แย่มาก ไม่มีคุณค่าทางวิทยาศาสตร์อย่างสิ้นเชิง
ขณะที่ ศาสตราจารย์ด้านเคมี Richard Ebright ที่มหาวิทยาลัย Rutgers ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ แสดงความเห็นในเดลี่เมล เห็นด้วยกับ ศ. Francois Balloux พร้อมกับเสริมว่า รายงานการศึกษาที่ยังไม่ได้ตีพิมพ์ ไม่ได้ระบุถึงระดับความปลอดภัยทางชีวภาพ และมาตรการป้องกันเบื้องต้นด้านความปลอดภัยทางชีวิตในการทำวิจัย.