คูหาเลือกตั้งอย่างน้อย 14 แห่ง ในบังกลาเทศ ถูกวางเพลิงเผาทำลายก่อนการเลือกตั้งทั่วไปในวันนี้
คูหาเลือกตั้งอย่างน้อย 14 แห่ง ถูกจุดไฟเผาในบังกลาเทศก่อนการเลือกตั้งทั่วไปในวันนี้ (7 ม.ค.) ขณะที่มีผู้เสียชีวิต 4 ศพรวมถึงเด็ก 2 คนในเหตุเพลิงไหม้รถไฟ ซึ่งรัฐบาลกล่าวว่าเป็นการลอบวางเพลิงโดยมุ่งเป้าไปที่การทำลายประชาธิปไตย
เหตุเพลิงไหม้วันศุกร์ เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ 8 ราย และลามไปยังตู้โดยสาร 4 ตู้ของรถด่วนเบนาโพล เอ็กซ์เพรส ที่มุ่งหน้าสู่กรุงธากา ด้านพรรคชาตินิยมบังกลาเทศ (บีเอ็นพี) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน ได้ขอให้ประชาชนไม่ไปใช้สิทธิการเลือกตั้ง และเรียกร้องให้มีการนัดหยุดงานประท้วงทั่วประเทศ 2 วันตั้งแต่วันเสาร์นี้
นายเอ เค อับดุล โมเมน รัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวว่า "ช่วงเวลาของโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นหนึ่งวันก่อนการเลือกตั้ง แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะขัดขวางการเฉลิมฉลอง ความปลอดภัย และความมั่นคงของกระบวนการประชาธิปไตยของประเทศ" และกล่าวเสริมว่า "เหตุการณ์นี้ ซึ่งไม่ต้องสงสัยว่าเป็นฝีมือของผู้ที่มีเจตนาร้าย เป็นการโจมตีหัวใจสำคัญของค่านิยมประชาธิปไตยของเรา" โดยให้คำมั่นว่าทางการจะนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ตำรวจกล่าวว่า พวกเขาได้จับกุมผู้นำอาวุโสของบีเอ็นพี และอีก 7 คนจากฝ่ายเยาวชนของพรรคที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการวางเพลิง ด้านหน่วยงานดับเพลิงและป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ระบุว่า สถาบันการศึกษา 8 แห่ง และอารามพุทธ 1 แห่งถูกจุดไฟเผาท่ามกลางเหตุการณ์ลอบวางเพลิง 14 ครั้งนับตั้งแต่ช่วงเย็นวันศุกร์
การบอยคอตของพรรคบีเอ็นพี ถือเป็นครั้งที่ 2 ในการเลือกตั้ง 3 ครั้ง บีเอ็นพีกล่าวว่าพรรคสันนิบาตอวามี ของนายกรัฐมนตรี ชีค ฮาสินา กำลังพยายามทำให้พรรคได้รับเลือกเป็นรัฐบาลสมัยที่ 4 ติดต่อกัน โดยนางฮาสินา ซึ่งปฏิเสธข้อเรียกร้องของบีเอ็นพีให้ลาออกจากตำแหน่งและอนุญาตให้ผู้มีอำนาจที่เป็นกลางดำเนินการจัดการเลือกตั้ง กล่าวหาฝ่ายค้านว่ายุยงให้เกิดการประท้วงต่อต้านรัฐบาล ที่สร้างความวุ่นวายในกรุงธากาตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม และทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ศพ
...
เจ้าหน้าที่ความมั่นคงประมาณ 800,000 คนจะทำหน้าที่ดูแลคูหาเลือกตั้ง ขณะที่กองกำลังติดอาวุธบางส่วนได้กระจายออกไปทั่วประเทศเพื่อช่วยรักษาความสงบเรียบร้อย.
ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign