คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ประกาศว่าความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้กลายเป็นปรปักษ์ในสงครามแล้ว และจะไม่หาทางรวมชาติกับเกาหลีใต้อีกต่อไป

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 ธ.ค. 2566 สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) สื่อหลักของประเทศเกาหลีเหนือ รายงานว่า คิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของประเทศ ตัดสินใจที่จะไม่หาทางเพื่อปรองดอง และกลับไปรวมเป็นหนึ่งเดียวกันกับเกาหลีใต้อีกต่อไป และวางแผนจะปล่อยดาวเทียมสอดแนมขึ้นสู่วงโคจรโลกอีก 3 ดวง ในปี 2567

ตามรายงานของ KCNA นายคิม กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลีนั้นกลายเป็นความสัมพันธ์ระหว่างชาติศัตรู และเป็นปรปักษ์กันในสงครามแล้ว

“ถึงเวลาที่เราจะยอมรับความเป็นจริง และแสดงความชัดเจนในความสัมพันธ์ของพวกเรากับเกาหลีใต้” นายคิม กล่าวและเสริมว่า หากสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ พยายามเผชิญหน้าทางทหารกับรัฐบาลเปียงยาง การป้องปรามทางนิวเคลียร์ของพวกเขาจะไม่ลังเลที่จะลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง

“ผมเชื่อว่าเป็นความผิดพลาดที่เราจะร่วมมือเพื่อความปรองดอง และกลับมารวมเป็นหนึ่งกับคนที่ประกาศว่าเราเป็นศัตรูหลัก, และคอยหาโอกาสทำให้รัฐบาลของเราล่มสลาย และรวมเป็นหนึ่งเดียวกันด้วยการดูดกลืน” นายคิม ระบุ

ทั้งนี้ นางหู เชี่ยว-ปิง นักวิชาการจากสถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในเอเชียตะวันออก (EAIR) และสมาชิกสภาที่ปรึกษาด้านนิวเคลียร์ในเอเชียแปซิฟิก (APNAP) กล่าวว่า คำพูดล่าสุดของ นายคิม ถือว่ามีนัยสำคัญมาก “นี่จะกลายเป็นเหตุการณ์สำคัญยิ่งยวดของคาบสมุทรเกาหลี ที่ส่งเสริมสันติภาพโดยรัฐบาลเกาหลีใต้อนาคตจะถูกเกาหลีเหนือปฏิเสธอย่างรุนแรง”

ขณะเดียวกัน นายคิม บอกด้วยว่า เขามีแผนจะปล่อยดาวเทียมสอดแนมขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศโลกอีก 3 ดวง ในปี 2567 อ้างว่าเพื่อส่งเสริมการพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีอวกาศ หลังจากพวกเขาปล่อยดาวเทียมสำเร็จเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

...

นักวิเคราะห์ระบุว่า หากดาวเทียมของเกาหลีเหนือใช้การได้จริง มันจะพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพเกาหลีเหนือขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการทำให้พวกเขาสามารถโจมตีกองกำลังศัตรูที่เป็นเป้าหมายได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น.

ที่มา : cnn