• รัฐบาลออสเตรเลียตั้งเป้าจะลดการรับผู้อพยพลงครึ่งหนึ่งภายในสองปี เพื่อพยายามแก้ไขระบบตรวจคนเข้าเมืองที่ขาดประสิทธิภาพของประเทศ
  • โดยตัวเลขที่ตั้งเป้าเอาไว้ให้เกิดขึ้นภายในปี 2025 คือการลดจำนวนผู้อพยพให้เหลือเพียง 250,000 ราย ซึ่งใกล้เคียงกับระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19
  • มาตรการใหม่ครั้งนี้จะมีผลกับนักเรียนนักศึกษาต่างชาติที่จะศึกษาต่อในออสเตรเลีย รวมถึงแรงงานทักษะต่ำที่จะเข้ามาทำงาน ซึ่งจะต้องเจอกับกฎใหม่ในการออกวีซ่าที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อเป็นการคัดกรองเบื้องต้น

ออสเตรเลียมีการเพิ่มจำนวนผู้อพยพรายปีเมื่อปีที่แล้ว เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจต่างๆ สามารถรับพนักงานเพิ่มเพื่อเติมเต็มปัญหาการขาดแคลน หลังจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ทำให้มีการควบคุมชายแดนที่เข้มงวด จนกีดกันนักเรียนและแรงงานต่างชาติไม่ให้เข้าประเทศเป็นเวลาเกือบสองปี แต่การหลั่งไหลเข้ามาอย่างกะทันหันของแรงงานต่างชาติและนักศึกษา ได้เพิ่มแรงกดดันต่อตลาดการเช่าที่อยู่อาศัยที่คับคั่งอยู่แล้ว ส่งผลให้คนไร้บ้านเพิ่มมากขึ้นในประเทศ

...

จากผลสำรวจของหนังสือพิมพ์ซิดนีย์ มอร์นิง เฮรัลด์ เมื่อเร็วๆ นี้ ระบุว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวออสเตรเลีย 62% ต่างเห็นว่าจำนวนผู้อพยพในประเทศมากเกินไปแล้ว

ออสเตรเลียต้องเผชิญกับปัญหาผู้อพยพที่พุ่งสูงทำสถิติตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนเกิดปัญหาต่อการจัดการที่อยู่อาศัยและเบียดเบียนระบบโครงสร้างพื้นฐานของชาวออสเตรเลีย ซึ่งถึงแม้จะมีผู้อพยพเข้ามาเป็นพลเมืองออสเตรเลียมากขึ้น แต่ออสเตรเลียกลับยังต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะขั้นสูง จนทางการต้องหาวิธีในการดึงดูดใจคนกลุ่มนี้

แคลร์ โอนีล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของออสเตรเลีย ระบุว่า ทางรัฐบาลได้วางกลยุทธ์รับมือผู้อพยพเป็นแผน 10 ปีขึ้นมาใหม่ หลังจากที่พบว่ารัฐบาลชุดก่อนได้สะสมปัญหาเรื่องนี้เอาไว้ใต้พรม โดยจากการตรวจสอบพบว่าระบบในการคัดกรองผู้อพยพที่ผ่านมาไร้ประสิทธิภาพ ทั้งมีความซับซ้อนยุ่งยากโดยไม่จำเป็น ดำเนินการล่าช้า และขาดประสิทธิภาพ จนต้องมีการปฏิรูปครั้งใหญ่

จากข้อมูลที่บันทึกไว้จนถึงเดือนมิถุนายน ปี 2023 พบว่ามีผู้อพยพเข้ามาทำงาน หรือตั้งรกรากยังออสเตรเลียสูงถึง 510,000 คน ในช่วง 1 ปี ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ตั้งเป้าที่จะลดจำนวนผู้อพยพให้อยู่ในจำนวนจำกัด โดยจะตัดลดลงมาราว 50 เปอร์เซ็นต์

หนึ่งในมาตรการใหม่เพื่อคัดกรองผู้อพยพก็คือ การเพิ่มระดับความยากในการทดสอบความสามารถด้านภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนนักศึกษาจากต่างชาติที่จะมาศึกษาต่อที่ออสเตรเลีย และการมีการตรวจสอบอย่างรัดกุมมากขึ้น สำหรับผู้ที่จะขอต่อวีซ่าเป็นครั้งที่ 2 โดยจะต้องมีหลักฐานยืนยันการศึกษาต่อ และให้เหตุผลหรือแรงบันดาลใจที่ต้องการศึกษาต่อ หรือเพื่อต่อยอดในอาชีพ โดยปัจจุบันมีนักเรียนนักศึกษาต่างชาติศึกษาต่อในออสเตรเลียราว 650,000 คน โดยส่วนใหญ่มีการต่อวีซ่าครั้งที่ 2

นอกจากนี้การยื่นขอวีซ่าสำหรับแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษ หรือทักษะที่จำเป็น โดยเฉพาะแรงงานที่มีทักษะสูงในด้านแวดวงเทคโนโลยี และด้านสาธารณสุข จะมีการปรับข้อเสนอหรือแรงจูงใจด้วยโอกาสที่ดีขึ้นในการเป็นผู้พำนักถาวร ซึ่งคาดว่ามาตรการใหม่นี้จะช่วยดึงดูดแรงงานในสาขาอาชีพที่เป็นที่ต้องการในออสเตรเลีย ลดความเสี่ยงของการแสวงหาผลประโยชน์สำหรับผู้ที่มาอาศัย ทำงาน และเรียนหนังสือในประเทศลงได้

แดน เทฮาน โฆษกฝ่ายค้านด้านการย้ายถิ่น ระบุว่า รัฐบาลทำงานช้าเกินไปในการปรับปรุงนโยบายผู้อพยพ เพราะถ้าเปรียบเทียบผู้อพยพเป็นม้า มันก็วิ่งควบไปไกลแล้ว ไม่ใช่แค่รัฐบาลจะจับมันไม่ได้ แต่ยังหามันไม่เจออีกด้วย

...

โดยความนิยมของรัฐบาลพรรคแรงงานลดน้อยลง นับตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว และในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลยิ่งถูกกดดันจากหลายภาคส่วนให้ลดการอพยพย้ายถิ่นชั่วคราว เพื่อช่วยบรรเทาวิกฤติที่อยู่อาศัยของออสเตรเลีย

อย่างไรก็ตาม สภาธุรกิจแห่งออสเตรเลีย มองว่าประเด็นผู้อพยพกำลังถูกใช้เป็นแพะรับบาป จากการขาดการลงทุนในที่อยู่อาศัยราคาไม่แพง และนโยบายที่อยู่อาศัยที่ไม่ตอบโจทย์คนในพื้นที่มานานหลายทศวรรษ การแก้ปัญหาด้วยการจำกัดจำนวนผู้อพยพเพียงอย่างเดียว จึงอาจจะยังไม่เพียงพอที่จะแก้ปัญหาให้ครอบคลุมทั้งหมด แต่เป็นเพียงงานแรกๆ ที่รัฐบาลต้องเร่งมือแก้ปัญหา มิเช่นนั้นอาจจะกระทบต่อเสถียรภาพและคะแนนความนิยมของรัฐบาล ทั้งๆ ที่เพิ่งเข้ามาบริหารประเทศได้เพียงไม่นาน.

ผู้เขียน : อาจุมมาโอปอล

ที่มา : BBC, Reuters1news

คลิกอ่านข่าวรายงานพิเศษไทยรัฐออนไลน์ ที่นี่