แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เยือนกรุงแบกแดด ของอิรัก แบบไม่ได้แจ้งกำหนดการล่วงหน้า เพื่อเข้าพบกับนายกรัฐมนตรีโมฮัมเหม็ด ชีอะห์ อัล-ซูดานี ของอิรัก หารือเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามการสู้รบที่รุนแรงขึ้นระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2566 สำนักข่าว CNN รายงานว่า นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เดินทางเยือนกรุงแบกแดด ของอิรัก โดยเป็นการเยือนแบบไม่ได้แจ้งกำหนดการล่วงหน้าตามมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยนายบลิงเคนได้เข้าพบกับนายกรัฐมนตรีโมฮัมเหม็ด ชีอะห์ อัล-ซูดานี ของอิรัก เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามการสู้รบที่รุนแรงขึ้นระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส และการโจมตีกองทหารอเมริกันโดยกองกำลังติดอาวุธพันธมิตรอิหร่านในอิรัก

ในระหว่างการประชุม นายบลิงเคน และผู้นำอิรัก ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการควบคุมวิกฤติความรุนแรงครั้งนี้ และแนวทางแก้ไขสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมที่ย่ำแย่ลงในฉนวนกาซา พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประสานงานเพื่อส่งมอบสิ่งของที่จำเป็นให้กับประชาชนในฉนวนกาซา

การเยือนของนายบลิงเคนมีขึ้นท่ามกลางการประท้วงของกลุ่มผู้สนับสนุนม็อกตาดา อัล ซาดร์ ผู้นำนิกายชีอะห์ผู้มีอิทธิพลของอิรัก ที่ออกมารวมตัวกันบริเวณจัตุรัสทาห์รีร์ ในกรุงแบกแดด

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันศุกร์ นายบลิงเคนพบหารือกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล และกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ข้อตกลงหยุดยิงจะทำให้กลุ่มฮามาสสามารถจัดกำลังทัพใหม่ และกลับมาโจมตีเหมือนเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมได้อีก นอกจากนี้ ยังกล่าวด้วยว่านับเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องยืนยันสิทธิและภาระผูกพันของอิสราเอลในการปกป้องตนเอง

ทั้งนี้ นายบลิงเคนอยู่ระหว่างการเยือนตะวันออกกลาง เป็นรอบที่สอง นับตั้งแต่สงครามอิสราเอล-ฮามาส ปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา เมื่อกลุ่มนักรบฮามาสในฉนวนกาซา ได้บุกโจมตีอิสราเอลและสังหารประชาชนไปประมาณ 1,400 ศพ พร้อมจับตัวประกันไปมากกว่า 240 คน

...

ตลอดเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา ฝ่ายอิสราเอลใช้การโจมตีทั้งทางอากาศและภาคพื้นดินในกาซา ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 9,250 ศพ และก่อให้เกิดวิกฤติด้านมนุษยธรรมครั้งใหญ่ในฉนวนกาซา ในขณะที่ทั่วโลกต่างออกมาเรียกร้องให้เกิดข้อตกลงหยุดยิงในกาซ่า โดยนายทางรัฐมนตรีบลิงเคนได้ขอให้อิสราเอลระงับการโจมตีชั่วคราวเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไปในกาซาได้ แต่นายกรัฐมนตรีอิสราเอลปฏิเสธ.