คนข้ามเพศในญี่ปุ่นเฮ หลังศาลสูงสุดตัดสินว่า กฎหมายที่กำหนดให้ต้องทำหมัน และผ่าตัดแปลงเพศก่อนจึงเปลี่ยนเพศได้นั้น ผิดรัฐธรรมนูญ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศาลสูงสุดของประเทศญี่ปุ่น มีคำตัดสินในวันพุธที่ 25 ต.ค. 2566 ว่า กฎหมายปี 2547 ซึ่งกำหนดให้ประชาชนต้องทำหมัน และผ่าตัดแปลงเพศก่อน จึงจะสามารถเปลี่ยนเพศของตัวเองในเอกสารทางการได้นั้น ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

คำตัดสินของศาลสูงสุดเกิดขึ้นหลังจากหญิงข้ามเพศคนหนึ่งยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อคัดค้านกฎหมายนี้ ซึ่งตัวบทกฎหมายระบุว่า ประชาชนจะเปลี่ยนเพศได้ก็ต่อเมื่อพวกเขาไม่มีความสามารถในการสืบพันธุ์แล้ว และเป็นการกลับคำพิพากษาของศาลชั้นก่อนหน้านี้ที่ตัดสินเมื่อปี 2562 ว่ากฎหมายดังกล่าวเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

ทนายความของหญิงรายนี้โต้แย้งว่า ความสามารถในการสืบพันธุ์ของลูกความของเขาถดถอยลงอย่างมากอยู่แล้วจากการให้ฮอร์โมนมาตลอดหลายปี ขณะที่การผ่าตัดจะส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดทางกายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และมีความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบตามมา

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเป็น 1 ใน 18 ประเทศทั่วโลก ที่มีข้อบังคับให้ต้องผ่าตัดทำหมันก่อนเปลี่ยนเพศตัวเองในเอกสารทางการได้ และเป็นประเทศเดียวในกลุ่ม G7 ที่ยังไม่ทำให้การสมรสของคนเพศเดียวกันเป็นเรื่องถูกกฎหมาย

นางคานาเอะ โดอิ ผู้อำนวยการองค์กร ฮิวแมนไรท์วอตช์ ประจำประเทศญี่ปุ่น ออกมาแสดงความยินดีกับคำตัดสินของศาลสูงสุด ระบุว่า นี่เป็นชัยชนะสำคัญเพื่อสิทธิของคนข้ามเพศในญี่ปุ่น “คำตัดสินนี้เป็นการปกป้องสิทธิด้านสุขภาพ, ความเป็นส่วนตัว และการเป็นเจ้าของร่างกายตนเองของคนข้ามเพศในญี่ปุ่น”

อย่างไรก็ตาม คนบางกลุ่มในญี่ปุ่นต่อต้านการแก้กฎหมายฉบับนี้ โดยให้เหตุผลว่า หากอนุญาตให้ใครก็ตามสามารถเปลี่ยนเพศได้ในเอกสารทางการได้โดยไม่ต้องผ่าตัด อาจส่งผลให้ผู้หญิงรู้สึกไม่ปลอดภัย และอาจทำให้เกิดความสับสนทางกฎหมาย.

...

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc