รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ คาดสถานการณ์สงครามอิสราเอลยืดเยื้อ วอนแรงงานไทยพื้นที่สู้รบ เดินทางกลับเพื่อความปลอดภัย จับตา "ฮามาส" ปล่อยตัวประกันคนไทย ชี้การเจรจาเป็นบวก
วันที่ 24 ต.ค. 2566 ใน "NewsRoom" รายการทอล์กคุยข่าวใหญ่ ทางไทยรัฐออนไลน์ ดำเนินรายการโดย กาย พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ วันนี้เป็นการพูดคุยกับ นายธนวัต ศิริกุล รองอธิบดีกรมสารสนเทศ และรองโฆษก กระทรวงการต่างประเทศ ในประเด็น จับตา "ฮามาส" ปล่อยตัวประกันคนไทย รวมถึงอัปเดตสถานการณ์อิสราเอล-ฮามาส กับ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
นายธนวัต เผยว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้น เราให้ความสำคัญกับคนไทยในพื้นที่ ซึ่งช่วงแรกมีคนไทยที่ประสงค์เดินทางกลับกว่า 8,500 คน จนถึงตอนนี้เที่ยวบินที่กำลังจะเข้ามาล่าสุด มีคนไทยที่เดินทางกลับเข้ามาแล้วประมาณ 3,400 คน เหลืออีกประมาณ 5,000 กว่าคน ซึ่งหากเราบูรณาการกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และทำได้ตามที่วางแผนไว้ คือเดินทางกลับเข้ามาวันละ 800-1,000 คน ก็คาดว่าจะพากลับมาได้ทั้งหมดภายในสิ้นเดือนนี้ตามที่ตั้งเป้าไว้
เมื่อถามว่า จากข้อมูล มีคนไทยไปทำงานที่อิสราเอล ประมาณ 30,000 คน นายธนวัต ระบุว่า มีแรงงานไปทำงานที่นั่นเกือบ 3 หมื่นคน แต่คนไทยที่ได้รับผลกระทบโดยตรง มีประมาณ 4,000-5,000 คน เนื่องจากสถานการณ์ที่รุนแรงบริเวณฉนวนกาซา โดยทางการเองก็ได้ประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา แม้การโจมตีจะเบาบางลง แต่มีการคาดการณ์ว่าสถานการณ์อาจจะยืดเยื้อ แล้วอาจทวีความรุนแรงขึ้น หากมีการโจมตีทางบก จึงอยากประชาสัมพันธ์ให้คนไทยที่อยู่ในอิสราเอล หรือคนที่ได้ผลกระทบโดยตรง พิจารณากลับไทยในช่วงนี้ เดินทางออกมาให้เร็วที่สุด ในช่วงที่เรายังปฏิบัติการได้ เพราะหากมีการปฏิบัติการทางบก พื้นที่ถูกจำกัดการเข้าออก การพาตัวคนไทยกลับก็จะยากมากยิ่งขึ้น ก็อยากให้รีบพิจารณาตัดสินใจ เพื่อลดความเป็นห่วงของครอบครัว และทุกๆ ฝ่าย ที่หวังเห็นคนไทยปลอดภัย
...
เมื่อถามว่า อิสราเอล มีการแจ้งเตือนอะไรล่วงหน้าบ้างหรือยัง นายธนวัต เผยว่า สิ่งที่ประเมินและเห็นไปในทางเดียวกันคือ สถานการณ์ส่อยืดเยื้อ และทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งก็อยากให้พี่น้องประชาชน วิงวอนให้เดินทางกลับมา เพื่อความปลอดภัยในชีวิต ซึ่งอยากย้ำในประเด็นนี้มากๆ เอาชีวิตของเราให้รอดก่อนจะดีกว่า
ต่อข้อถาม ประเด็นที่นายจ้างชะลอการจ่ายเงินเดือน เพิ่มเงินเดือน เพื่อรั้งให้แรงงานไทยอยู่ต่อ นายธนวัต เผยว่า เราก็ได้มีการสอบถามกลับไปเช่นกัน เราคิดว่าอะไรก็ตามก็ไม่สำคัญเท่ากับการออกมาจากพื้นที่การสู้รบ หากยังมีชีวิตอยู่ ก็สามารถที่จะหาเงินทองได้
เมื่อถามถึงการพิสูจน์อัตลักษณ์ของแรงงานไทย นายธนวัต เผยว่า มีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการนำ DNA ของญาติไปพิสูจน์ เพราะเหตุการณ์ผ่านมาระยะหนึ่งแล้ว สภาพร่างกายก็เปลี่ยนไปเยอะ จึงต้องมีการพิสูจน์อัตลักษณ์ ซึ่งทางอิสราเอลเองก็ทำทุกวิถีทาง เพราะเห็นใจญาติพี่น้อง แต่ทางเขาเองยังอยู่ระหว่างการสู้รบ จำนวนเจ้าหน้าที่ของเขาต้องไปปฏิบัติหน้าที่เพื่อป้องกันประเทศ เราก็ต้องทำความเข้าใจ แต่เขาก็รับรู้ถึงความสูญเสีย อีกทั้งนายจ้างเองก็ได้แสดงความเสียใจผ่านเอกอัครราชทูตของไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ เพื่อส่งต่อไปยังครอบครัวของแรงงานไทยด้วย ซึ่งก็หวังว่าจะไม่มีผู้เสียชีวิตที่เป็นคนไทยอีก และนำร่างผู้เสียชีวิตกลับมาได้ในเร็ววัน ซึ่งยังไม่สามารถระบุระยะเวลาได้
ต่อข้อถามถึงการเจรจาช่วยเหลือตัวประกัน นายธนวัต ระบุว่า ประเด็นนี้เป็นสิ่งที่เรารอข้อมูลแน่ชัด เพราะก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจะปล่อยตัวประกัน 50 คน แต่ก็ปล่อยมาแค่ 2 คน ทั้งนี้หน่วยงานของไทยเองก็ได้ติดตามใกล้ชิด ซึ่งคิดว่าจากการที่ปล่อย 2 ตัวประกันออกมา ก็เป็นสัญญาณบวก ซึ่งเราได้ย้ำกับทุกฝ่ายว่า ไทยเองไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกับใคร แต่เป็นผู้บริสุทธิ์ซึ่งสูญเสีย จึงหวังว่าจะมีข่าวดีในเร็วๆ นี้ จึงหวังว่าเขาจะใช้หลักมนุษยธรรม ปล่อยตัวประกันกลับมาสู่ครอบครัวต่อไป
นอกจากนี้ นายธนวัต ระบุด้วยว่า สำหรับแรงงานที่ประสงค์เดินทางกลับ ให้ประสานไปยังสถานทูต ส่วนใครที่ได้ซื้อตั๋วเองแล้ว ก็ให้กลับมาติดต่อที่กระทรวงแรงงานในพื้นที่ ซึ่งก็จะได้รับคำแนะนำว่าขั้นตอนในการขอรับค่าใช้จ่ายคืนได้อย่างไรบ้าง
ขณะที่เมื่อสอบถามถึงการช่วยเหลือตัวประกัน พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เผยว่า ตามหลักการช่วยตัวประกันนั้น มี 2 ลักษณะ คือ 1. เชลยศึก ซึ่งเป็นทหารหรือคู่ต่อสู้ คู่กรณี 2. ตัวประกัน คือ ประชาชนในพื้นที่
ส่วนของไทยนั้น ข่าวที่ออกมาในช่วงแรก คือ คนไทยเป็นเชลยศึก เพราะการรับรู้ของเขาคือ คนไทยไปทำงานให้อิสราเอลนั้น ถูกส่งตัวไปทำงานเป็นส่วนระวังป้องกันอยู่ด้านหน้า ในพื้นที่ที่ติดอยู่กับฉนวนกาซา ตรงนี้เราก็ไม่รู้ว่าฝ่ายนั้นถ่ายทอดกันอย่างไร แต่ ณ ตอนนี้เราก็สื่อสารไปใหม่ไปยังกลุ่มฮามาส ว่าคนไทยคือ แรงงานที่ไปทำงานเพื่อเลี้ยงชีพ ซึ่งก็อยู่ในมุมบวก เพราะเขาเข้าใจแล้วว่าเราเป็นตัวประกัน ต่อไปก็ต้องจับตาว่าจะมีการปล่อยตัวทั้งหมดเมื่อไร
เมื่อสอบถามว่า แต่การกระทำของฮามาสที่มีต่อเชลยศึก และตัวประกัน ดูจะเหมือนกัน พล.ท.ภราดร เผยว่า ก็ยอมรับว่าการปฏิบัติการของฮามาสที่ออกมานั้น ค่อนข้างรุนแรงพอสมควร ซึ่งแน่นอนว่า 122 คนที่ถูกจับเป็นตัวประกันนั้น มีทั้งที่เป็นทหารของอิสราเอล และประชาชนทั่วไป
...
ต่อข้อถามถึงความรุนแรงของการโจมตีภาคพื้นดินโดยอิสราเอล ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์พลิกทันที พล.ท.ภราดร เผยว่า ถ้าดูจากการแถลงของอิสราเอลนั้น พบว่าไม่เหมือนการโจมตีทางอากาศ โดยเขาแบ่งการโจมตีเป็น 3 ระยะ คือ การทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของกลุ่มฮามาส เพื่อไม่ให้เกิดการเคลื่อนไหว ซึ่งกลุ่มฮามาสเองจะมีการหลบอยู่ในพื้นที่ใต้ดิน, ระยะสองคือ การปฏิบัติการภาคพื้น เพื่อลดความเข้มข้นของกลุ่มฮามาส เพื่อกวาดล้าง ดังนั้นจึงมีการคาดการณ์ว่าจะรุนแรง สุดท้าย ระยะที่สาม เป็นการจัดระเบียบในพื้นที่กาซา แต่ที่ประเมินว่าจะยืดเยื้อนั้น เพราะแผนการโจมตีทั้ง 3 ระยะ แต่การปฏิบัติการภาคพื้นที่มีการชะลอไปนั้น เพราะตัวประกันไม่ได้มีแค่คนอิสราเอล แต่ยังรวมถึงตัวประกันชาติอื่นๆ และกองหลังที่เป็นชาติมหาอำนาจ ฉะนั้นอิสราเอลต้องรับฟังเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น อเมริกัน หรืออิหร่าน และสิ่งสำคัญคือ ต้องมีความแน่ใจในข่าวกรอง ไม่ใช่รุกเข้าไปแล้วเจอกับดัก อย่างนั้นจะยิ่งยืดเยื้อไปอีก
เมื่อถามว่า ปกติในการสงคราม จะต้องมีการประกาศเตือนก่อนหรือไม่ พล.ท.ภารดร เผยว่า จริงๆ ต้องมีการประกาศก่อนทั้งนั้น จะไม่ทำฉับพลัน ต้องส่งสัญญาณ เหมือนว่าเจรจาต่อรองไม่ลงตัวแล้ว จะจัดการแน่ เอาแน่ ขณะเดียวกัน ตอนจะเลิกก็จบกันด้วยการเจรจา หรือถือธงขาวมาคุยกัน แล้วถอนออกไป เพราะสุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครที่อยากจะสูญเสีย
ส่วนการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมนั้น ก็เป็นสถานการณ์ปกติ คนกลางที่จะมาช่วยคือ UN สหประชาชาติ ฝ่ายรบก็รบไป ฝ่ายที่มาช่วยก็ส่งสัญญาณมา ว่าจะต้องเข้ามาช่วย
เมื่อถามว่าสงครามนี้จะยืดเยื้อหรือไม่ พล.ท.ภารดร คาดว่า ยืดเยื้อแน่ เพราะทั้งสองฝ่ายก็มีกองหลังที่ใหญ่พอสมควร แต่ความยืดเยื้อก็ไม่ใช่ว่าจะรบรุนแรงกันไปตลอด แต่จะค่อยๆ เบาลง จนนำไปสู่การเจรจา พูดคุยเพื่อหาข้อยุติในการใช้ชีวิตในฉนวนกาซา ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับหลายประเทศ รวมถึงมีการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้ามาตลอด ในการช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา
...
ต่อข้อถามว่า หลังการสู้รบ มีความเชื่อว่าจะมีการควบคุมฉนวนกาซา โดยอิสราเอล พล.ท.ภารดร เผยว่า จากประวัติศาสตร์หลายคนมีความเชื่อแบบนั้น จากแผนที่ก็จะเห็นว่าปาเลสไตน์เล็กลงไปเรื่อยๆ พื้นที่ถูกรุกไปเรื่อย เพราะอิสราเอลเป็นประเทศ ปาเลสไตน์เป็นรัฐอิสระ ส่วนฉนวนกาซา เป็นพื้นที่การปกครองพิเศษแบบจำกัด ซึ่งก็มีโอกาสเบียดเบียนไปได้
นอกจากนี้ พล.ท.ภารดร ยังบอกด้วยว่า การที่ฮามาส ปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลออกมา ก็เป็นสัญญาณที่ดีว่า พร้อมจะคุย ส่วนคนไทยเอง เชื่อว่าเป็นประเทศที่ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไข ไม่มีใครอยากจะมาทะเลาะข้ามโลก คิดว่าฮามาสมีโอกาสที่จะปล่อยออกมา แต่ก็ขึ้นอยู่กับการสื่อสาร ว่าไทยเป็นเพียงแรงงานที่ทำงานส่งเงินกลับมาบ้านเท่านั้น ซึ่งตอนนี้รัฐบาลก็ทำอยู่ตลอด ไม่ว่าจะผ่าน กาตาร์ ที่เชื่อว่าจะสื่อไปถึงฮามาสได้แน่ๆ หรือ ประสานไปทาง คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC)
ติดตาม "NewsRoom" สดทุกวัน จันทร์-ศุกร์ 18.30-19.30 กับ "คิงส์ พีระวัฒน์ อัฐนาค" และ "กาย พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ" ทางยูทูบ ไทยรัฐออนไลน์ และ เฟซบุ๊ก ไทยรัฐออนไลน์