ทางการปาเลสไตน์ออกมายืนยันในวันพุธ ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุโจมตีโรงพยาบาลล่าสุดอยู่ที่ 471 ศพ ขณะที่อิสราเอลกับกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ต่างโทษกันไปมาว่าอีกฝ่ายคือผู้โจมตี

เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. วันอังคารที่ 17 ต.ค. 2566 ตามเวลาท้องถิ่นของฉนวนกาซา เกิดเหตุระเบิดรุนแรงขึ้นที่ลานภายในพื้นที่โรงพยาบาล อัล อาห์ลี อาหรับ (al-Ahli Arab) ในเมืองกาซา ซิตี้ ทำให้เกิดไฟลุกท่วมรถยนต์นับสิบคัน ที่จอดอยู่บริเวณนั้น ขณะที่อาคารโรงพยาบาลได้รับความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญ

คานอน ริชาร์ด ซีเวลล์ คณบดีวิทยาลัยเซนต์ จอร์จ ในกรุงเยรูซาเลม บอกกับ บีบีซี ว่า ในตอนเกิดเหตุ มีประชาชนที่กลายเป็นผู้ไร้บ้านเพราะเหตุความรุนแรงระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสกว่า 1,000 คน ใช้ลานดังกล่าวเป็นที่หลบภัย ขณะที่มีพนักงานกับคนไข้อยู่ภายในอาคารโรงพยาบาลราว 600 คน

กระทรวงสาธารณสุขของปาเลสไตน์ระบุในวันพุธที่ 18 ต.ค. ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุระเบิดครั้งนี้อยู่ที่ 471 ศพ ขณะที่กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) อ้างว่า มีความจงใจทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตสูงกว่าความเป็นจริง แต่พวกเขาก็ไม่ได้ประเมินว่า มีผู้เคราะห์ร้ายในเหตุการณ์นี้กี่ราย

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายปาเลสไตน์ออกมาประณามทันทีว่าเหตุการณ์นี้เป็นฝีมือของอิสราเอล จุดกระแสให้เกิดการประท้วงต่อต้านอิสราเอลไปทั่วโลกอาหรับ รวมถึงชุมชนชาวมุสลิมชาติยุโรปและเอเชีย

ขณะที่ฝ่ายอิสราเอลออกมาปฏิเสธ โดยเผยแพร่คลิปเสียงการสนทนาระหว่างคน 2 คนที่อิสราเอลอ้างว่า เป็นสมาชิกกลุ่มฮามาส กำลังคุยกันว่า กลุ่มอิสลามิก ญิฮาด อีกหนึ่งกลุ่มติดอาวุธในฉนวนกาซา ยิงจรวดผิดเป้าหมายไปตกที่โรงพยาบาล อัล-อาห์ลี อาหรับ ก่อนที่กลุ่มอิสลามิก ญิฮาด จะออกมาปฏิเสธในเวลาต่อมา

...

นอกจากนั้น อิสราเอลบอกอีกว่า วิดีโอที่โดรนของพวกเขาบันทึกภาพได้ เผยให้เห็นวิถีของจรวดที่ถูกยิงในกาซาไปสู่เขตแดนของอิสราเอล มีเส้นทางลากผ่านโรงพยาบาลอัล-อาลีห์ อาหรับ ด้วย

ด้านประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ซึ่งเดินทางเยือนอิสราเอลในวันพุธ กล่าวย้ำความเป็นหนึ่งเดียวกับอิสราเอล รวมถึงระบุว่า ข้อมูลที่เขาได้รับจากฝ่ายอิสราเอลกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ทำให้เขาเชื่อว่า เหตุโจมตีโรงพยาบาล อัล-อาห์ลี อาหรับ ไม่น่าจะเป็นฝีมือกองทัพอิสราเอล

“จากที่ผมเห็น ดูเหมือนว่านี่เป็นฝีมือของฝ่ายอื่น ไม่ใช่คุณ” ไบเดนบอกกับ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbccnn