นับแต่การโจมตีอิสราเอลอย่างไม่คาดคิดของกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาด้วยจรวดกว่า 5,000 นัด ระดมยิงใส่พื้นที่ภาคใต้และภาคกลางของอิสราเอลเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา

ยังไม่นับรวมกลุ่มนักรบที่แทรกซึมตามพื้นที่ต่างๆ ก่อความรุนแรงเข่นฆ่าพลเรือนเป็นจำนวนมาก และอีกเกือบ 200 ชีวิต ถูกลักพาตัวไปยังฉนวนกาซาโดยไม่เลือกเพศ วัย และชนชาติ เป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญและการทำลายล้างครั้งใหญ่

เหตุการณ์อันน่าสยดสยองดังกล่าว แม้จะสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกัน ห้วงเวลาวิกฤติคับขันเช่นนี้ยังเป็นบ่อเกิดของผู้กล้า แสดงถึงน้ำจิตน้ำใจและความเข้มแข็งของประชาชน นับแต่วันแรกที่เกิดเหตุ ชาวอิสราเอลจากทุกสาขาอาชีพมีส่วนร่วมและเป็นอาสาสมัครในทุกวิถีทางที่สามารถทำได้ ไม่ว่าจะเข้าแถวยาวที่โรงพยาบาลเพื่อบริจาคโลหิต เปิดบ้านรับผู้พลัดถิ่นจากชุมชนทางใต้ หรือรวบรวมเสื้อผ้า อาหาร และสิ่งของจำเป็นสำหรับผู้ประสบภัย รวมทั้งซื้อหาเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับตำรวจและทหารอีกด้วย

เช่นเดียวกับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีขั้นสูงของอิสราเอลหลายร้อยคนที่วางมือจากงานภาคเอกชนชั่วคราวแล้วจัดตั้งหน่วยงาน “the civilian missing war room” ในห้องปฏิบัติการขนาดย่อมที่นครเทลอาวีฟ ศูนย์กลางของเทคโนโลยีความปลอดภัยทางไซเบอร์และเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ ของอิสราเอล โดยใช้ทักษะเหนือชั้นด้านเทคฯช่วยค้นหาพี่น้องร่วมชาติที่สูญหายจากการโจมตีของกลุ่มฮามาส

คารีน นาฮอน หนึ่งในผู้นำโครงการริเริ่มนี้เผยว่า อาสาสมัครแต่ละคนกำลังทำงานอย่างขะมักเขม้นแข่งกับเวลา ด้วยเข้าใจถึงสถานการณ์วิกฤติครั้งนี้เป็นอย่างดี ขณะที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ รวมทั้งระบบการจดจำใบหน้าและเสียงวิเคราะห์ภาพ รวมถึงวิดีโอที่กลุ่มฮามาสโพสต์ทางออนไลน์ เพื่อช่วยระบุและค้นหาผู้คนมากกว่า 1,000 ราย ยังมีทีมสืบเสาะเจาะข้อมูลจากโซเชียลเน็ตเวิร์ก อีกส่วนหนึ่งช่วยประสานงานกัน

...

นอกจากนี้ยังมีนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลรวบรวมประกอบข้อมูลทั้งหมดที่ได้มาอีกที จากนั้นผลลัพธ์ทั้งหมดจะถูกส่งต่อไปยังทางการอิสราเอลเพื่อปฏิบัติการค้นหาในพื้นที่จริง

แม้กลุ่มฮามาสได้ลบภาพและวิดีโอการโจมตีอันน่าสยดสยองไปแล้ว หลังจากเพิ่งรู้ตัวว่าสิ่งที่ปล่อยไปบนอินเตอร์เน็ตย่อมถูกวิเคราะห์ติดตามหาต้นตอได้ แต่ทีมวอร์รูมนี้ ยังไม่ล้มเลิกความพยายามจนกว่าจะสำเร็จ.

อมรดา พงศ์อุทัย

คลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม