- นับตั้งแต่กลุ่มฮามาสบุกเข้ามาในอิสราเอล และจับตัวประกันชาวต่างชาติและชาวอิสราเอลไปยังกาซา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา จนถึงเวลานี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องจำนวนตัวประกันว่ามีจำนวนเท่าใด และตัวประกันเหล่านั้นยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ทำให้ครอบครัวของผู้สูญหายได้แต่รอคอยอย่างสิ้นหวัง
- ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากนายอาบู โอไบดา จากกองพลน้อยกัสซัม โฆษกฝ่ายติดอาวุธของกลุ่มฮามาส ที่ระบุว่า พวกเขาจับตัวประกันไว้ได้ราว 200 ถึง 250 คน รวมทั้งชาวต่างชาติ โดยตัวประกันที่พวกเขาจับไว้ มีจำนวน 22 คน ที่เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอล โดยกลุ่มฮามาสถือว่าตัวประกันที่ไม่ใช่ชาวอิสราเอล อยู่ในฐานะ "แขก" และเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย ตัวประกันจะได้รับการปล่อยตัว แต่ไม่ได้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม
- ด้านอิสราเอลได้เปิดศูนย์ช่วยเหลือเพื่อให้ครอบครัวของเหยื่อที่ถูกลักพาตัว มาลงทะเบียน พร้อมกับนำรูปถ่ายและของใช้ส่วนตัวต่างๆ เพื่อนำมาเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ และจะเร่งค้นหาพิกัดที่กลุ่มฮามาสนำตัวเหยื่อไปกักขังไว้ต่อไป
พวกตัวประกันยังมีชีวิตอยู่หรือไม่?
ตลอดทั้งสัปดาห์ของการสู้รบอันตึงเครียดระหว่างกลุ่มฮามาสและกองทัพอิสราเอล มีตัวประกันที่ถูกจับตัวไปแล้วไม่น้อยกว่า 200 คน ซึ่งมีทั้งพลเรือน ผู้หญิง เด็ก ผู้สูงอายุ แรงงานต่างชาติ และทหาร แต่แทบไม่มีคำยืนยันว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ จนกระทั่งนายอาบู โอไบดา จากกองพลน้อยกัสซัม โฆษกฝ่ายติดอาวุธของกลุ่มฮามาส ที่ระบุว่า พวกเขาจับตัวประกันไว้ได้ราว 200 ถึง 250 คน รวมทั้งชาวต่างชาติ โดยตัวประกันที่พวกเขาจับไว้ มีจำนวน 22 คน ที่เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอล แม้จะยังไม่มีหลักฐานมายืนยันคำกล่าวอ้างดังกล่าว ซึ่งนับเป็นข้อมูลเกี่ยวกับตัวประกันที่ชัดเจนที่สุดนับตั้งแต่เริ่มการปะทะรอบใหม่เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนที่ยืนยันถึงสวัสดิภาพของตัวประกันทั้งหมดได้ว่า พวกเขายังอยู่ดีหรือตายแล้ว
...
ส่วนหลักฐานของการลักพาตัว มีทั้งภาพนิ่ง และคลิปวิดีโอที่มีการเผยแพร่โดยฝ่ายกลุ่มฮามาส ทั้งในช่วงการโจมตีและหลังจากการบุกโจมตี ขณะที่ข้อมูลจากโทรศัพท์ชาวอิสราเอลระบุว่า ตัวประกันถูกจับไปในอาณาเขตของปาเลสไตน์ โดยทางกลุ่มฮามาสเคยขู่ว่าจะสังหารตัวประกันทีละคน หากทางอิสราเอลโจมตีพลเรือนในกาซาโดยไม่แจ้งเตือนล่วงหน้า และยังไม่มีหลักฐานการทำอันตรายตัวประกันเผยแพร่ออกมาตลอดช่วงที่ผ่านมา
อิสราเอลตอบโต้อย่างไร?
รัฐบาลอิสราเอลได้มอบหมายให้ กัล เฮิร์ชซ อดีตผู้อำนวยการหน่วยจัดการคอร์รัปชัน ให้มาดูแลเรื่องวิกฤติตัวประกันในครั้งนี้ ขณะที่นักเจรจาต่อรองของเอฟบีไอก็อยู่ในพื้นที่ เพื่อทำหน้าที่เจรจาให้ปล่อยตัวประกัน เนื่องจากมีพลเมืองชาวอเมริกันถูกกลุ่มฮามาสจับเป็นตัวประกันด้วย
ขณะที่กองกำลังของอิสราเอลมีภารกิจหลักในการแกะรอย เพื่อหาหลักฐานในการตามหาพิกัดของตัวประกันไม่ว่าพวกเขาจะมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตแล้วก็ตาม ซึ่งงานตามหาตัวประกันย่อมเป็นเรื่องยากมากในภาวะสงครามเช่นนี้
เกอร์ชอน บาสกิน นักเจรจาที่ช่วยปล่อยตัวทหารอิสราเอล จีลัด ชาลิต ในปี 2011 กล่าวว่า "นักรบฮามาสที่ยอมมอบตัวประกันที่ชายแดนจะต้องได้รับประกันว่าจะได้รับการนิรโทษกรรมและเปิดทางให้พวกเขาออกไปยังเวสต์แบงก์ได้"
มีความพยายามจากนานาชาติในการช่วยเหลือตัวประกันหรือไม่?
จนถึงขณะนี้ ยังคงไม่มีความเคลื่อนไหวจากชาติต่างๆ อย่างชัดเจน เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือตัวประกัน โดยมีเพียงประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป เอร์โดอัน ของตุรกีและคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศอยู่ระหว่างพูดคุยกับกองกำลังฮามาส
โดยกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ ยืนยันว่ามีชาวอเมริกันที่สูญหายไม่สามารถติดต่อได้หลังการโจมตี 13 คน แต่ก็ยังไม่แน่ชัดว่าทั้งหมดถูกจับเป็นตัวประกันหรือไม่ ขณะที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดนระบุว่า เขาได้พูดคุยกับญาติผู้สูญหายแล้ว และรับปากว่าจะเร่งค้นหาตัว โดยไม่มีสิ่งใดจะสำคัญเท่ากับความปลอดภัยของชาวอเมริกันที่ถูกจับเป็นตัวประกันไม่ว่าจะเป็นที่ใดในโลก
โดยเพนตากอนได้ส่งเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษส่วนหนึ่งไปยังอิสราเอล เพื่อช่วยหน่วยข่าวกรองวางแผนในการค้นหาพิกัดของตัวประกันที่ถูกจับไปโดยกลุ่มฮามาส
ส่วนทางการฝรั่งเศสและอีกหลายประเทศก็กำลังตรวจสอบรายงานที่พลเมืองของตัวเองถูกจับเป็นตัวประกันเช่นกัน โดยมี 30 ประเทศจากทั่วโลกที่แจ้งว่ามีพลเมืองของตัวเองถูกสังหารหรือสูญหายไปในเหตุสู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส ซึ่งรวมถึงประเทศอังกฤษ ที่มีพลเรือนสูญหายอย่างน้อย 10 คน ในจำนวนนี้คาดว่าอาจจะเสียชีวิตแล้ว
ตัวประกันเหล่านี้คือใคร?
ตัวประกันส่วนมากถูกจับตัวไปจากบ้านเรือนของตัวเอง ที่อยู่ในเมืองใกล้ชายแดนของอิสราเอลกับกาซา หลังจากกลุ่มฮามาสบุกเข้ามาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม เช่นเดียวกับบริเวณฐานทัพ และงานเทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่เต็มไปด้วยชาวต่างชาติ โดยตัวประกันประกอบด้วยพลเรือน ทหาร ผู้พิการ เด็ก ผู้สูงอายุ แม้แต่เด็ก 9 เดือน นอกจากนี้ยังมีนักเคลื่อนไหวอีกด้วย โดยความสิ้นหวังที่จะได้รับความช่วยเหลือจากทางการ ทำให้ครอบครัวของตัวประกันต้องหันหน้ามาพึ่งสื่อในโลกโซเชียล หรือองค์กรอื่นๆ เพื่อขอความช่วยเหลือและหาเบาะแสของคนที่รักด้วยตัวของพวกเขาเอง
...
พวกเขาถูกจับไปที่ไหน?
อาบู โอไบดะ โฆษกของกลุ่มฮามาส อ้างในแถลงการณ์ทางเทเลแกรมว่า พวกเขาซ่อนตัวประกันหลายสิบคนเอาไว้ในสถานที่ปลอดภัย โดยเป็นอุโมงค์แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ากลุ่มฮามาสใช้เครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินในการเดินทางไปไหนมาไหน และเพื่อเคลื่อนย้ายอาวุธด้วย
ขณะเดียวกันกลุ่มฮามาสก็เพิ่งมีการปล่อยคลิปวิดีโอของมีอา เชม ชาวอิสราเอลวัย 21 ปี ที่สูญหายไปขณะไปร่วมงานเทศกาลดนตรี โดยในคลิปวิดีโอความยาว 60 วินาทีเป็นภาพของนางสาวเชมที่ได้รับการรักษาอาการบาดเจ็บ โดยเธอระบุเพียงว่า ตอนนี้เธออยู่ในกาซา พร้อมยืนยันว่าเธอได้รับการดูแลอย่างดีและแขนของเธอก็ได้รับการผ่าตัดนานถึง 3 ชั่วโมงในโรงพยาบาล ก่อนที่เธอจะร้องขอให้เธอได้กลับไปยังอิสราเอล
โดยหลังจากคลิปวิดีโอนี้ถูกเผยแพร่ออกไปทางกองทัพอิสราเอลก็ระบุว่า ฮามาสพยายามที่จะสร้างภาพว่า กลุ่มของตัวเองมีมนุษยธรรม ทั้งๆ ที่เป็นผู้ก่อการร้าย ฆาตกร ลักพาตัวเด็ก ผู้หญิง และผู้สูงอายุ
จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป?
จากเอกสารแผนการของฮามาสซึ่งพบโดยหน่วยกู้ภัยฉุกเฉินของอิสราเอลในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ถูกโจมตีแสดงให้เห็นว่า ทางกลุ่มมีการแบ่งเป็นหน่วยที่กําหนดไว้อย่างดีโดยมีเป้าหมายและแผนการต่อสู้ที่ชัดเจน บางหน่วยมีคําแนะนําเฉพาะในการจับกุมชาวอิสราเอลเพื่อใช้เป็นตัวต่อรองในการแลกเปลี่ยนนักโทษในอนาคต
...
ขณะที่อิสมาอิล ฮานีเยห์ ผู้นํากลุ่มฮามาส ได้ออกมาแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับการแลกเปลี่ยนนักโทษตราบใดที่การสู้รบยังคงมีอยู่ โดยกล่าวว่าแนวทางนี้จะไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะสิ้นสุดการสู้รบ
ด้านนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ได้เรียกร้องให้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันทันที "โดยไม่มีเงื่อนไข" นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่ฮามาสอาจใช้ตัวประกันเป็นโล่มนุษย์เมื่ออิสราเอลโจมตีฉนวนกาซาก็ได้.
ผู้เขียน : อาจุมมาโอปอล
คลิกอ่านรายงานพิเศษไทยรัฐออนไลน์ เกี่ยวกับ "สงครามอิสราเอล"