ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐฯ เตรียมเดินทางเยือนอิสราเอลวันพุธนี้ เพื่อตอกย้ำจุดยืนของสหรัฐฯ ต่อการให้การสนับสนุนอิสราเอลในการปราบกลุ่มฮามาสให้สิ้นซาก หลังก่อเหตุโจมตีอิสราเอลช็อกโลก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยวันนี้ (17 ต.ค.) ว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดนแห่งสหรัฐฯ เตรียมเดินทางมาเยือนอิสราเอล ในวันพุธที่ 18 ต.ค. 2566 เพื่อแสดงการสนับสนุนอิสราเอลท่ามกลางวิกฤติสงครามกับกลุ่มฮามาส และหารือกับ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เกี่ยวกับเป้าหมาย และยุทธศาสตร์การทำสงครามของอิสราเอลต่อกลุ่มฮามาส รวมถึงประเด็นการให้ความช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา

นายบลิงเคน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ แจ้งข่าวประธานาธิบดีไบเดนเตรียมมาเยือนอิสราเอล ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือกับนายกฯ เนทันยาฮู ที่กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อช่วงเช้าวันนี้ พร้อมทั้งยังระบุว่า ประธานาธิบดีไบเดน จะเดินทางมาเยือนอิสราเอลตามคำเชิญของ นายกฯ เนทันยาฮู เพื่อรับฟังว่าอิสราเอลจะดำเนินการอย่างไรในการทำสงครามกับกลุ่มฮามาส และหารือว่ารัฐบาลอิสราเอลจะปฏิบัติการรูปแบบใดเพื่อลดการสูญเสียของพลเรือน และการเปิดให้มีการส่งความช่วยเหลือไปสู่ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา 

นอกจากนี้ นายบลิงเคน ยังกล่าวว่า ผู้นำสหรัฐฯ ยังต้องการย้ำจุดยืนของวอชิงตันต่อการปกป้องความมั่นคงของอิสราเอล “ประธานาธิบดีไบเดนจะรับฟังอิสราเอลถึงสิ่งที่พวกเขาต้องการในการปกป้องประชาชนของตน และทางการสหรัฐฯ จะไปพูดคุยกับสภาคองเกรสต่อไป เพื่อตอบสนองความต้องการของอิสราเอล” นายบลิงเคน กล่าวกับสื่อมวลชน

สำหรับการมาเยือนอิสราเอลของประธานาธิบดีไบเดน ถือเป็นการแสดงการสนับสนุนอย่างชัดเจนของสหรัฐฯ ต่ออิสราเอล ชาติพันธมิตรสำคัญที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังจากที่กลุ่มฮามาสได้เปิดฉากโจมตีอิสราเอลแบบไม่ทันตั้งตัวเมื่อช่วงเช้าของวันเสาร์ที่ 7 ต.ค. และสังหารพลเรือนไปมากถึง 1,300 ศพ จนนับว่าเป็นการโจมตีที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตในอิสราเอลภายในวันเดียวจำนวนมากที่สุดในรอบ 75 ปี

...

มีรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อประธานาธิบดีไบเดนเสร็จสิ้นภารกิจเยือนอิสราเอลแล้ว ผู้นำสหรัฐฯ มีกำหนดการจะไปเยือนกรุงอัมมาน เมืองหลวงของจอร์แดน เพื่อพบกับ สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลเลาะห์ที่ 2 ของจอร์แดน ประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซิซี ของอียิปต์ และประธานาธิบดีมาห์มุด อับบาส แห่งปาเลสไตน์

อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายมองว่าการเยือนอิสราเอลของผู้นำสหรัฐฯ เป็นการตัดสินใจที่สุ่มเสี่ยง ในขณะที่พวกเขาต้องการหลีกเลี่ยงไม่ให้สงครามขยายตัวสู่สงครามระดับภูมิภาค และไม่ต้องการให้อิหร่านเข้ามาเกี่ยวข้องในสงครามนี้ แต่การที่สหรัฐฯ ประกาศชัดพร้อมหนุนหลังอิสราเอล ก็เหมือนเป็นการเชื้อเชิญให้อิหร่านเข้าร่วมศึก.

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : ReutersBBC