สหรัฐฯ ส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินกลุ่มที่ 2 ไปอิสราเอลแล้ว อ้างว่าเพื่อป้องปรามอิหร่าน และจะไม่เข้าร่วมการต่อสู้ หรือปฏิบัติการใดๆ ของอิสราเอล
สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 2 คน ว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 14 ต.ค. 2566 กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ออกคำสั่งส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินจู่โจม (carrier strike group) กลุ่มที่ 2 ไปยังน่านน้ำทางตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแล้ว ในขณะที่อิสราเอลกำลังเตรียมขยายการโจมตีฉนวนกาซาด้วยปฏิบัติการภาคพื้นดิน
กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีกลุ่มแรกของสหรัฐฯ นำโดยเรือยูเอสเอส เจอร์รัลด์ อาร์. ฟอร์ด เดินทางไปถึงนอกชายฝั่งของอิสราเอลเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา และตอนนี้กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีของเรือยูเอสเอส ดไวท์ ดี. ไอเซนฮาวเออร์ ออกเดินทางจากเมืองนอร์ฟอล์ค รัฐเวอร์จิเนีย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และกำลังมุ่งหน้าไปยังน่านน้ำใกล้อิสราเอล
สหรัฐฯ ระบุว่า กองเรือบรรทุกเครื่องบินดังกล่าวจะไม่เข้าร่วมการต่อสู้ในฉนวนกาซา หรือร่วมในปฏิบัติการใดๆ ของอิสราเอลเลย แต่เหตุผลที่ส่งไปก็เพื่อป้องปรามอิหร่าน และตัวแทนของอิหร่านในภูมิภาค เช่นกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ของเลบานอน ไม่ให้เข้าไปมีส่วนรวมในการต่อสู้ระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์
นอกจากนั้น หน่วยเคลื่อนที่เร็วที่ 26 ของนาวิกโยธินสหรัฐฯ ก็กำลังเตรียมความพร้อมเผื่อกรณีได้รับคำสั่งให้เข้าใกล้อิสราเอลมากขึ้น แต่ตอนนี้ยังไม่มีคำสั่งใดๆ
อนึ่ง หน่วยเคลื่อนที่เร็วดังกล่าว ซึ่งตอนนี้กำลังประจำการอยู่บนเรือยกพลขึ้นบกจู่โจม ยูเอสเอส บาตาน ประกอบด้วยนาวิกโยธิน และทหารเรือมากกว่า 2,000 นาย มีความสามารถในการสนับสนุนการอพยพคนปริมาณมาก และให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
...
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของสหรัฐฯ เกิดขึ้นในขณะที่ผู้แทนอิหร่านประจำสหประชาชาติออกมาเตือนว่า จะเกิดผลที่ตามมาอย่างรุนแรง หากอิสราเอลไม่หยุดการโจมตีในฉนวนกาซา “หากการก่ออาชญากรรมและฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตามนโยบายแบ่งแยกชนชาติของอิสราเอลไม่ยุติในทันที สถานการณ์อาจหลุดจากการควบคุม และสะท้อนผลที่ตามมาไปทั่ว”
ก่อนหน้านี้ในวันเสาร์ นายอาเมียร์ อับดอลเลาะห์เฮียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของอิหร่าน ก็เตือนในลักษณะเดียวกันระหว่างพบกับนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของกาตาร์ “หากการก่ออาชญากรรมของรัฐบาลไซออนิสต์ (อิสราเอล) ต่อชาวปาเลสไตน์ และพลเรือน ยังดำเนินต่อไป ก็ไม่มีใครรับประกันได้ว่า สถานการณ์ในภูมิภาคจะยังคงเป็นแบบเดิม”.
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cnn