ชาวออสเตรเลียกว่า 60% โหวต No ในการทำประชามติเพื่อตัดสินว่าจะให้มีการรับรองสิทธิ์ชนพื้นเมืองในรัฐธรรมนูญ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 14 ต.ค. 2566 ชาวออสเตรเลียออกมาลงคะแนนเสียงประชามติ ซึ่งจะถามคำถามพวกเขา 2 ข้อ คือ จะเห็นชอบให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้รับรองสิทธิ์ของชนพื้นเมืองเป็นครั้งแรก และให้จัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาที่เรียกว่า ‘วอยซ์’ (Voice) เพื่อให้คำแนะนำแก่รัฐบาลในการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับชนพื้นเมืองหรือไม่
โดยหลังจากนับคะแนนไปมากกว่า 70% ก็ปรากฏว่า เสียงส่วนใหญ่ในทั้ง 6 รัฐของออสเตรเลียโหวต No หรือไม่เห็นชอบต่อข้อเสนอดังกล่าว โดยมีผู้มาใช้สิทธิ์ถึง 60% ที่โหวต No ขณะที่มีผู้โหวต Yes หรือเห็นชอบ เพียง 40% เท่านั้น นับเป็นความพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิงของฝ่ายหนุนปฏิรูป รวมถึงนายกรัฐมนตรี แอนโธนี อัลบาเนซี ผู้พยายามผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงนี้
นายอัลบาเนซี กล่าวว่า ความพ่ายแพ้เป็นสิ่งที่หนักหน่วงมาก “เมื่อเราเล็งเป้าหมายไว้สูง บางครั้งมันก็ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เราเข้าใจและเคารพในสิ่งที่เรามี”
ขณะที่ นายปีเตอร์ ดัตตัน ผู้นำฝ่ายค้านของออสเตรเลีย ระบุว่า ผลประชามติที่ออกมาเป็นสิ่งที่ดีต่อประเทศแล้ว
ทั้งนี้ ฝ่ายสนับสนุนการปฏิรูปพยายามหาเสียงอย่างหนักก่อนการทำประชามติจะมาถึง โดยระบุว่า การรับรองสิทธิ์ของชนพื้นเมืองซึ่งอยู่ในทวีปออสเตรเลียมาก่อนเหล่าคนขาวถึง 60,000 ปี จะทำให้ออสเตรเลียรวมเป็นหนึ่งเดียว และก้าวเข้าสู่ยุคใหม่
ส่วนแกนนำฝ่ายที่ต่อต้านการรับรองสิทธิ์ชนพื้นเมืองเชื่อว่าแนวคิดดังกล่าวคือการแบ่งแยก ทำให้เกิดพลเมืองชนชั้นพิเศษขึ้นมาที่มีความเท่าเทียมมากกว่าคนอื่น และคณะกรรมการวอยซ์จะทำให้การตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ของรัฐบาลช้าลงด้วย
...
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายที่ต่อต้านถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากการพยายามหาเสียงด้วยแคมเปญ “ไม่แน่ใจหรือ? โหวต No สิ” (Don't know? Vote no) โดยถูกกล่าวหาว่าหาเสียงด้วยข้อมูลผิดๆ เกี่ยวกับผลกระทบจากการรับรองสิทธิ์ของชนพื้นเมือง และการจัดตั้งคณะกรรมการวอยซ์.
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc