สหรัฐฯ ยังคงไม่สามารถเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ได้ หลังรีพับลิกันเสนอชื่อ "สตีฟ สกาลีส" ก่อนมีการงดโหวต เนื่องจากรวมเสียงไม่พอ

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (11 ต.ค.) พรรครีพับลิกันซึ่งควบคุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งสหรัฐฯ ได้เสนอชื่อนายสตีฟ สกาลีส ให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ คนใหม่ ภายหลังการโหวตขับนายเควิน แม็กคาร์ธี พ้นตำแหน่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ต้องเลื่อนการดำเนินการลงมติออกไป เนื่องจากขาดการสนับสนุนเพื่อให้ได้รับคะแนนเสียงจากทั้งสภา

นายสกาลีส ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้นำลำดับที่สองของพรรครีพับลิกัน เอาชนะนายจิม จอร์แดน คู่แข่งในการลงคะแนนลับ ซึ่งทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อให้เป็นตัวแทนพรรคในการดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ

สส.ได้รับแจ้งว่าจะมีการลงคะแนนเสียงในเวลา 15.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น แต่กลับไม่มีการดำเนินการใดๆ หลังจากผู้สนับสนุนของจอร์แดนหลายคนกล่าวว่าพวกเขาจะไม่สนับสนุนนายสกาลีส ในการลงคะแนนเสียงในสภาผู้แทนราษฎร

สกาลีส วัย 58 ปี กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า "เรากำลังทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างเอกภาพ เราจำเป็นต้องรวมเป็นหนึ่งเพราะโลกไม่สามารถรอได้ เห็นได้ชัดว่าเรายังมีงานที่ต้องทำอีกมาก" ด้านนายแพทริค แมคเฮนรี รักษาการประธานสภาฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าการลงคะแนนเสียงอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในวันนี้ ส่วนสมาชิกสภาฯ กล่าวว่า จำนวนผู้ที่จะโหวตให้นายสกาลีส อยู่ที่รวม 113 เสียง และนายจอร์แดน 99 เสียง ขณะที่แหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อ ระบุว่า นายจอร์แดนวางแผนที่จะลงคะแนนให้นายสกาลีส และสนับสนุนให้ สส. คนอื่นๆ ทำเช่นเดียวกัน 

พรรครีพับลิกันกล่าวว่า พวกเขาจำเป็นต้องแก้ไขภาวะสุญญากาศดังกล่าวอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้สภาฯ ไม่สามารถจัดการกับประเด็นสงครามในอิสราเอล การอนุมัติความช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ยูเครน และผ่านร่างกฎหมายการใช้จ่ายก่อนที่เงินทุนของรัฐบาลในปัจจุบันจะหมดลงในวันที่ 17 พฤศจิกายน

...

นายสกาลีซกล่าวว่า หน้าที่แรกของเขาในฐานะประธานสภาฯ คือการกำหนดวาระการลงคะแนนเสียงในมติเพื่อแสดงความชัดเจนว่าสหรัฐฯ จะยืนหยัดร่วมกับอิสราเอลในการทำสงครามกับกลุ่มติดอาวุธฮามาสในเขตฉนวนกาซา

ผลการสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอส เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พบว่าชาวอเมริกันมีความเชื่อมั่นเพียงเล็กน้อยต่อความสามารถของสภาคองเกรสในการประสานความแตกแยกในพรรครีพับลิกัน ที่นำไปสู่การโค่นล้มนายแม็กคาร์ธี เมื่อวันที่ 3 ต.ค. โดยผู้ตอบแบบสอบถามราว 64% กล่าวว่าพวกเขาไม่เชื่อว่านักการเมืองสหรัฐฯ จะละทิ้งความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อประโยชน์ของชาติ.

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign