สงครามอิสราเอล-ฮามาสวันที่ 5 จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 2,200 ศพแล้ว โดยอิสราเอลตั้ง ครม.สงครามเพื่อดูแลเรื่องการสู้รบโดยเฉพาะ ขณะที่โรงไฟฟ้าแห่งเดียวในกาซา หมดเชื้อเพลิงแล้ว
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผู้อยู่อาศัยในฉนวนกาซากำลังเผชิญความไม่แน่นอนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยวันพุธที่ 11 ต.ค. 2566 ซึ่งเป็นวันที่ 5 ของการสู้รบ โรงงานไฟฟ้าเพียงแห่งเดียวของพวกเขา ไม่มีเชื้อเพลิงเหลือผลิตพลังงานแล้ว เนื่องจากการปิดล้อมชายแดนโดยสมบูรณ์ของอิสราเอล ทำให้ต้องใช้ไฟจากเครื่องปั่นไฟเท่านั้น
ด้าน นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล กับพรรคฝ่ายค้าน ประกาศจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรีสงคราม (War cabinet) ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 5 คน ได้แก่ นายเนทันยาฮู, นายเบนนี แกนต์ซ เสนาธิการกองทัพ, นายโยอาฟ กัลแลนต์ รัฐมนตรีกลาโหม และเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์อีก 2 คน
นอกจากนั้น รัฐบาลอิสราเอลยังประกาศด้วยว่า พวกเขาจะไม่ผ่านร่างกฎหมายหรือมีการตัดสินใจใดๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสงครามครั้งนี้จนกว่าการต่อสู้จะจบลงด้วย
...
สถานการณ์การสู้รบ
กองทัพอิสราเอลออกมาเปิดเผยว่า เครื่องบินเจ็ตของพวกเขาโจมตีเป้าหมายรอบเมืองกาซา ซิตี้ มากกว่า 200 จุดในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา ในขณะที่พวกเขายังคงปิดล้อมชายแดนฉนวนกาซาโดนสมบูรณ์ไม่ปล่อยให้มีการส่งเสบียงใดๆ เข้าไป ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากนานาชาติให้เปิดทางช่วยเหลือประชาชน
ขณะเดียวกัน ความกังวลว่าสงครามครั้งนี้อาจขนาดวงกว้างกำลังเพิ่มสูงขึ้น กองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่า มีกระสุนปืนใหญ่ถูกยิงมาจากดินแดนของประเทศซีเรียมากขึ้น ทำให้พวกเขาต้องยิงตอบโต้
แหล่งข่าว 3 คนบอกกับสำนักข่าว อัลจาซีราว่า มีจรวดจำนวนหนึ่งถูกยิงจากพื้นที่ทางใต้ของเลบานอนเขาใส่อิสราเอล ทำให้ฝ่ายอิสราเอลต้องยิงตอบโต้ โดยกลุ่มติดอาวุธฮีซบอลเลาะห์ ของเลบานอน ออกมายอมรับว่า ยิงมิสไซล์เข้าใส่อิสราเอลเมื่อช่วงเช้า ตอบโต้การโจมตีของรัฐบาลยิวก่อนหน้านี้ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย บ้านเสียหาย 10 หลัง
สำนักข่าว วาฟา (Wafa) ของปาเลสไตน์ รายงานอ้างว่า กองทัพอิสราเอลทิ้งระเบิดฟอสฟอรัสขาว (white phosphorus) เข้าใส่ย่าน อัล-คามารา ในกาซา แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานใด
ความสูญเสีย
กระทรวงสาธารณสุขของปาเลสไตน์ยืนยันว่า มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตนับตั้งแต่การต่อสู้เริ่มขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 7 ต.ค. 2566 แล้ว 1,055 ศพ บาดเจ็บอีก 5,184 ราย โดยมีสมาชิกฝ่ายการเมืองของกลุ่มฮามาสเสียชีวิตด้วย 2 ราย ในการโจมตีทางอากาศที่เมือง ข่าน ยูนิส
ส่วนฝ่ายอิสราเอลระบุว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 1,200 ศพ ในจำนวนนี้เป็นทหาร 155 นาย
กระทรวงกิจการต่างประเทศของปาเลสไตน์ระบุว่า การโจมตีของอิสราเอลทำลายที่อยู่อาศัยไปมากกว่า 22,600 หน่วย อาคารด้านสาธารณสุข 10 แห่ง และโรงเรียนอีก 48 แห่งได้รับความเสียหาย ส่วนสำนักงานผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์แห่งสหประชาชาติเผยว่า ตอนนี้มีผู้พลัดถิ่นในกาซามากถึง 250,000 ราย
การต่อสู้ที่เกิดขึ้นยังทำให้มีชาวต่างชาติเสียชีวิตจำนวนมาก โดยล่าสุดในวันพุธ จำนวนชาวไทยที่เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 20 ราย และพลเมืองสหรัฐฯ เพิ่มเป็น 22 ราย แล้ว นอกจากนั้นยังมี นักศึกษาชาวกัมพูชาเสียชีวิต 1 คน, ชาวฝรั่งเศสอีก 2 คน และชาวสหราชอาณาจักรเสียชีวิตหรือสูญหายอีก 10 คน
ออสเตรียออกมายืนยันว่า พลเมืองเชื้อสายอิสราเอลของพวกเขาก็เสียชีวิตด้วย 1 ศพ สูญหายอีก 2 ราย ส่วนรัฐบาลสเปนเผยว่า หญิงชาวสเปนเชื้อสายอิสราเอลชื่อ มายา บียาโลโบ ซินบานี เสียชีวิตในการโจมตีของกลุ่มฮามาส ขณะที่มีชายอีกคนได้รับบาดเจ็บ
ด้านนางเจนิเฟอร์ ออสติน รองผู้อำนวยการสำนักงานผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์แห่งสหประชาชาติ ยืนยันว่า มีเจ้าหน้าที่ยูเอ็นในกาซา เสียชีวิตแล้ว 11 ศพ นับตั้งแต่การโจมตีเมื่อวันเสาร์ ประกอบด้วยครู 5 คน, นรีแพทย์ 1 คน, ที่ปรึกษาด้านจิตเวช 1 คน, วิศวกร 1 คน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนอีก 3 คน โดยบางรายเสียชีวิตที่บ้านพร้อมกับครอบครัว
...
ปฏิกิริยาจากนานาชาติ
ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ออกมาประณามการโจมตีของกลุ่มฮามาสว่าเป็นความชั่วร้าย และจะส่งนาย แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศเดินทางเยือนอิสราเอลในวันพฤหัสบดีนี้ เพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียว
ส่วนรัฐมนตรีต่างประเทศของสหภาพยุโรปกำลังประชุมกันเพื่อตัดสินใจว่า ควรระงับการความช่วยเหลือให้แก่ชาวปาเลสไตน์ที่เคยให้มาตลอดหรือไม่ โดยมีหลายประเทศคัดค้าน ขณะที่นาย โจเซป บอร์เรลล์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของ EU กล่าวหาอิสราเอลว่า ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ด้วยการปิดกั้นชายแดนอย่างสมบูรณ์
นายเจมส์ เคลฟเวอร์ลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหราชอาณาจักร เดินทางเยือนอิสราเอล และพบเจ้าหน้าที่ระดับสูงกับผู้รอดชีวิต เพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวอย่างไม่หวั่นไหว และยืนยันว่าอิสราเอลมีสิทธิ์ในการป้องกันตนเอง
ด้านสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งจอร์แดน ออกมาเรียกร้องอีกครั้งให้อิสราเอลกับปาเลสไตน์เจรจาสงบศึก และขอให้เปิดทางให้เจ้าหน้าที่อียิปต์ส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการแพทย์เข้าสู่ฉนวนกาซาได้
ขณะที่พระสันตะปาปาฟรานซิส เรียกร้องให้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันในทันที และว่าอะไรก็ตามที่ถูกโจมตีมีสิทธิ์ในการป้องกันตนเอง แต่ก็แสดงความกังวลต่อการปิดล้อมโดยสมบูรณ์ที่ฉนวนกาซา ซึ่งทำให้มีผู้บริสุทธิ์ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก
นายดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลเครมลินของรัสเซีย ออกมาระบุว่า ตอนนี้พวกเขากำลังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของชาวรัสเซีย และการเปิดเจรจาระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์มาเป็นอันดับแรก และย้ำด้วยว่า มีการกระทำหลายอย่างที่เรียกได้ว่าเป็นการก่อการร้าย สมควรถูกประณาม แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า รากของปัญหาทั้งหมดนี้คืออะไร
...