คุณภาพอากาศของสิงคโปร์ตกลงสู่ระดับที่ไม่ดีต่อสุขภาพ หลังจากไฟป่าในอินโดนีเซียที่เพิ่มขึ้นหลายจุด ทำให้เกิดหมอกควันปกคลุมสิงคโปร์

ผลการรายงานคุณภาพอากาศ ระบุว่า คุณภาพอากาศของสิงคโปร์ตกลงสู่ระดับที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เมื่อวันเสาร์ (7 ต.ค.) ในขณะที่ไฟป่าที่เพิ่มขึ้นจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซีย ได้ทำให้เกิดหมอกควันที่ลอยมายังสิงคโปร์

โดยเมื่อเวลา 21.00 น. วานนี้ ตามเวลาท้องถิ่น ผลการอ่านค่าดัชนีมาตรฐานมลพิษตลอด 24 ชั่วโมง ในภาคตะวันออก และภาคกลางของสิงคโปร์ พบว่าอยู่ระหว่าง 67-123 ซึ่งเป็นระดับที่ประชาชนได้รับคำแนะนำให้ลดกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน

หมอกควันข้ามพรมแดนเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากช่องโหว่ด้านกฎระเบียบทำให้ยากสำหรับหน่วยงานต่างๆ ที่จะลดการจุดไฟเพื่อแผ้วถางพื้นที่เกษตรกรรมของอินโดนีเซีย

สำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติของสิงคโปร์ ระบุว่า พบจุดที่เกิดไฟไหม้ 212 จุด บนเกาะสุมาตราของอินโดนีเซียเมื่อวันศุกร์ เพิ่มขึ้นจาก 65 จุดในวันพฤหัสบดี และ 15 จุดเมื่อวานก่อนหน้านี้ การเปลี่ยนแปลงทิศทางลมช่วงสั้นๆ ในบ่ายวันศุกร์ ทำให้เกิดหมอกควันเบาบางมายังสิงคโปร์ ส่งผลให้คุณภาพอากาศแย่ลง

สำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติของสิงคโปร์ กล่าวว่า ดัชนีมาตรฐานมลพิษทางอากาศ หรือ พีเอสไอ ทะลุเกินกว่าระดับ 100 ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยดัชนีไปอยู่ที่ 111 ในพื้นที่เขตชานเมืองทางตะวันออก และอยู่ที่ 102 ในพื้นที่ตอนกลางของประเทศ เมื่อตอนช่วงก่อนเที่ยงวันตามเวลาท้องถิ่น ทั้งนี้ สำนักงานสิ่งแวดล้อมฯ แนะนำให้ประชาชนลดกิจกรรมกลางแจ้งเป็นระยะเวลานานๆ หากระดับพีเอสไออยู่ระหว่าง 100-200 อย่างไรก็ตามยังคงพบประชาชนวิ่งออกกำลังกาย และขี่จักรยานออกกำลังในสวนสาธารณะ

...

วิธีการแผ้วถางที่ดินแบบดั้งเดิมเพื่อการปลูกปาล์มน้ำมัน และการปลูกพืชสำหรับผลิตเยื่อกระดาษ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในอินโดนีเซีย ซึ่งพบว่ามีบริษัททั้งในประเทศ และต่างประเทศ หรือบริษัทที่จดทะเบียนในต่างประเทศเป็นเจ้าของ

ด้านรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมอินโดนีเซีย กล่าวว่า อินโดนีเซียกำลังดับไฟป่าด้วยการฉีดน้ำจากเฮลิคอปเตอร์ และการทำฝนเทียมผ่านทางกลุ่มเมฆ โดยปฏิเสธว่าหมอกควันอันตรายกำลังข้ามพรมแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อต้นสัปดาห์ มาเลเซียเรียกร้องให้อินโดนีเซียเร่งดำเนินการกับไฟป่าบริเวณชายแดนอินโดนีเซีย เนื่องจากคุณภาพอากาศในมาเลเซียอยู่ในระดับที่ไม่ดีต่อสุขภาพ

ประธานาธิบดี โจโค วิโดโด ของอินโดนีเซีย กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันเสาร์ว่า สภาพอากาศแห้งแล้งทำให้เกิดไฟป่าในหลายพื้นที่ แต่สถานการณ์กลับดีขึ้นกว่าในปี 2558 ซึ่งพื้นที่กว่า 16.25 ล้านไร่ถูกเผา ตามการประเมินของธนาคารโลก โดยเขาเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่และรัฐบาลท้องถิ่นดับไฟทันทีก่อนที่จะลุกลาม

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ในปี 2558 และ 2562 ไฟดังกล่าวได้เผาพื้นที่หลายล้านไร่ในอินโดนีเซีย และส่งหมอกควันปกคลุมหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงเป็นประวัติการณ์ 

สภาพหมอกควันที่รุนแรงที่สุดที่เคยบันทึกได้ในสิงคโปร์คือเมื่อเดือนกันยายน 2558 เมื่อดัชนีคุณภาพอากาศในระยะเวลา 24 ชั่วโมง สูงเกิน 300 สู่ระดับอันตราย ส่งผลให้โรงเรียนหลายแห่งต้องยกเลิกการเรียนการสอน.

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign