นิวยอร์กไทมส์รายงานเกี่ยวกับเหตุกราดยิงในประเทศไทย โดยวิเคราะห์ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ไทยตื่นตัวมากขึ้นกับการควบคุมการใช้อาวุธปืนก่อเหตุรุนแรง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ใหญ่รอบที่ 3 แล้วในช่วงระยะเวลาเพียง 4 ปี

นิวยอร์กไทมส์ สื่อของสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในสื่อต่างชาติที่ วิเคราะห์ถึงเรื่องเหตุกราดยิงภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังในกรุงเทพฯ ว่าเป็นการจุดประเด็นให้คนไทย และทางการ ต้องตั้งคำถามว่าไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีอัตราการครอบครองอาวุธปืนสูงที่สุดในเอเชียควรจะดำเนินการอย่างไรกันต่อไป

พอล ควาเกลีย ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท พี คิว เอ แอสโซซิเอท บริษัทประเมินความเสี่ยงระบุว่า เขานิยามกฎเกณฑ์อาวุธปืนของไทยว่า “ไม่มีอยู่จริง” ขณะที่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติระบุว่า จะมีการแก้ปัญหาช่องว่างทางกฎหมาย เพราะในปัจจุบันนี้ ในประเทศไทย ผู้ที่ซื้อ "แบลงค์กัน" ซึ่งเป็นอาวุธสังหารที่วัยรุ่นวัย 14 ปีใช้ในการก่อเหตุที่ผ่านมา ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาต เพราะปืนชนิดนี้ผลิตจำนวนมากและไม่มีเลขระบุเฉพาะแต่ละกระบอก

นิวยอร์กไทมส์ยังตั้งคำถามด้วยว่า จะเป็นไปได้หรือไม่ที่ต่อไปคนที่จะซื้ออาวุธปืนในไทยจะต้องผ่านการตรวจสอบประวัติ และระบุเหตุผลที่ต้องครอบครองอาวุธปืนเสียก่อน โดยปัจจุบันนี้มีเพียงข้อจำกัดในการซื้ออาวุธปืน และเครื่องกระสุนในจำนวนจำกัดสำหรับพลเรือนเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่รัฐยังไม่มีข้อจำกัดในเรื่องนี้แต่อย่างใด.

ที่มา : นิวยอร์กไทมส์

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ "เหตุกราดยิง"

...