รัฐบาลสหรัฐฯ เหลือเวลาอีกไม่กี่วันจะหมดงบใช้จ่าย ในขณะที่พรรครีพับลิกันขัดแย้งกันเองภายใน จนยังไม่สามารถตกลงกันเรื่องร่างงบประมาณชั่วคราวได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 25 ก.ย. 2566 ว่า สภาคองเกรสสหรัฐฯ เหลือเวลาอีกเพียง 5 วันเท่านั้น ก่อนจะถึงเส้นตายวันที่ 30 ก.ย. เพื่อผ่านกฎหมายงบประมาณก้อนใหม่ ให้รัฐบาลมีเงินใช้จ่าย และหลีกเลี่ยงการเข้าสู่ภาวะชัตดาวน์ อย่างไรก็ตาม เหล่าสมาชิกสภายังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้

สมาชิกสภารีพับลิกันฝ่ายสนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ รวมตัวแข็งขืนต่อความต้องการของพรรค โดยไม่ยอมรับกฎหมายงบประมาณระยะสั้น ซึ่งจะช่วยให้หน่วยงานต่างๆ ของรัฐมีเงินใช้จ่ายหลังเส้นตายมาถึง ทำให้สถานการณ์ตอนนี้เข้าสู่ทางตัน จนทำเนียบขาวออกมาเตือนให้หน่วยงานต่างๆ เตรียมตัวสำหรับการชัตดาวน์

ตอนนี้ทุกสายตาจับจ้องไปที่ นายเควิน แมกคาร์ธรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้กำลังพยายามโน้มน้าวสมาชิกพรรครีพับลิกันหัวขบถให้ผ่านกฎหมายงบประมาณระยะสั้น เพื่อเลี่ยงการชัตดาวน์ในวันที่ 30 ก.ย. ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดปีงบประมาณ 2023 แต่ไม่เป็นผล

เป้าหมายของรีพับลิกันกลุ่มโปรทรัมป์ ซึ่งรวมตัวกันภายใต้ชื่อ ‘Freedom Caucus’ คือการล้มข้อตกลงยกเลิกเพดานหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ชั่วคราว เพื่อเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งประธานาธิบดีโจ ไบเดน กับ นายแมกคาร์ธรี ทำไว้เมื่อเดือนมิถุนายน แลกกับการที่ทำเนียบขาวยอมจำกัดการใช้จ่ายของรัฐบาล

Freedom Caucus ไม่พอใจข้อตกลงดังกล่าว และต้องการให้รัฐบาลลดการใช้จ่ายลงไปอีก รวมทั้งต้องการจำกัดการใช้จ่ายของรัฐไม่ให้เกิน 1.47 ล้านล้านดอลลาร์ ตลอดปีงบประมาณ 2024 ซึ่งมากกว่าที่ ไบเดน ตกลงกับ แมกคาร์ธรี เอาไว้ถึง 1.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

...

ในวันอังคาร สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งรีพับลิกันครองเสียงข้างมาก จะเริ่มการอภิปรายร่างกฎหมายงบประมาณหลายสิบฉบับ ที่รวมการตัดงบในหลายโครงการเข้าไปด้วย ตามที่กลุ่ม Freedom Caucus เรียกร้อง

อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่าสภาคองเกรสจะหาทางออกทันหรือไม่ เนื่องจากการอภิปรายร่างกฎหมายในสภาล่างมักใช้เวลาหลักสัปดาห์หรือหลักเดือน นอกจากนั้นเมื่อผ่านร่างแล้วยังต้องส่งต่อไปให้วุฒิสภา ที่ฝ่ายเดโมแครตครองเสียงข้างมากพิจารณาต่อ

ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ เคยชัตดาวน์มาแล้วหลายครั้ง แต่ที่ยาวนานที่สุดคือ 35 วัน ในยุคของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังเดโมแครตกับรีพับลิกันมีความเห็นขัดแย้งกันเรื่องการจัดสรรงบประมาณไปสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโก ซึ่งเป็นนโยบายหลักของนายทรัมป์

แต่ครั้งนี้ต่างออกไปตรงที่เป็นความขัดแย้งภายในพรรครีพับลิกันเอง โดยเฉพาะระหว่างกลุ่มที่สนับสนุนแนวคิดสุดโต่งของนายทรัมป์ กับกลุ่มที่มีแนวคิดสายกลางมากกว่า.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : efe