หลังเกิดเหตุจลาจลในหลายเมืองของฝรั่งเศสอันเนื่องมาจากการประท้วงรุนแรงเกี่ยวกับการปฏิรูปเงินบำนาญ ทำให้ต้องเลื่อนหมาย กำหนดการออกไปหลายเดือน ในที่สุดก็ได้ฤกษ์ดีที่ “สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่สาม” และ “สมเด็จพระราชินีคามิลลา” จะเสด็จเยือนประเทศฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ โดยถือเป็น “state visit” ครั้งแรกของประมุของค์ใหม่แห่งสหราชอาณาจักรนับตั้งแต่เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์
แม้จะเป็นเวลาสั้นๆเพียง 3 วัน (20-22 ก.ย.2023) แต่สปอตไลต์ทุกดวงก็จับจ้องมาที่คู่ขวัญแห่งราชวงศ์วินด์เซอร์ โดยภารกิจสำคัญของการเสด็จเยือนฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการในครั้งนี้คือ การสานสัมพันธ์เชิงสัญลักษณ์ของชาติระหว่างสหราชอาณาจักรกับฝรั่งเศส และกระชับสายสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างกษัตริย์ผู้มีวิสัยทัศน์ทันสมัยกับประธานาธิบดีหนุ่มไฟแรง
อย่างไรก็ดี เนื่องจากการเสด็จเยือนฝรั่งเศสในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางยุคข้าวยากหมากแพง และสภาวะเศรษฐกิจถดถอย ทั้งอังกฤษและฝรั่งเศสต่างได้รับผลกระทบจากวิกฤติเงินเฟ้อ ส่งผลให้ “เอ็มมานูเอล มาครง” ประธานาธิบดีของฝรั่งเศส ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จากการทุ่มงบจัดถวายงานเลี้ยงกาลาดินเนอร์สุดอลังการภายในพระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส โดยงานนี้มีแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายวงการมารวมกันถึง 160 คน ไม่ว่าจะเป็น ตำนานร็อก “มิก แจ็กเกอร์”, นักแสดงรุ่นใหญ่ “ฮิวจ์ แกรนต์”, ซุป’ตาร์นักฟุตบอล “ดิดิเยร์ ดร็อกบา” ตลอดจนถึงซีอีโอใหญ่กลุ่ม LVMH “แบร์นาร์ด อาร์โนลต์” และผู้ก่อตั้งบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศส “ซาวีเยร์ นีล”
...
ภายในงานเลี้ยงกาลาดินเนอร์สุดหรู “กษัตริย์ชาร์ลส์ที่สาม” ตรัสถึงพระราชมารดาผู้ล่วงลับ “สมเด็จพระบรมราชินีเอลิซาเบธที่สอง” ซึ่งเคยเสด็จมาร่วมงานเลี้ยงพระกระยาหารกลางวันภายในห้องเดียวกันนี้ที่พระราชวังแวร์ซายส์ เมื่อครั้งเสด็จเยือนฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการครั้งแรก ในปี 1957
ตามหมายกำหนดการเยือน “กษัตริย์ชาร์ลส์ที่สาม” และ “สมเด็จพระราชินีคามิลลา” ยังเสด็จไปเยือนประตูชัยของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นหมุดหมายที่ “สมเด็จพระบรมราชินีเอลิซาเบธที่สอง” เสด็จเยือนเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อปี 2014
พร้อมกันนี้ “กษัตริย์ชาร์ลส์ที่สาม” ยังสร้างประวัติศาสตร์หน้าสำคัญ ด้วยการแสดงพระวิสัยทัศน์ต่อหน้าวุฒิสมาชิกผู้ทรงเกียรติของฝรั่งเศส โดยตรัสถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่นใกล้ชิดระหว่างสหราชอาณาจักรกับฝรั่งเศส และเน้นย้ำว่าอังกฤษจะเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของฝรั่งเศส ทรงให้คำมั่นว่าจะเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งการเสด็จเยือนฝรั่งเศสครั้งนี้เป็นการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งที่ 35 ของพระองค์ แต่ถือเป็นครั้งแรกของการเสด็จเยือนฝรั่งเศสในฐานะกษัตริย์
โอกาสนี้ “กษัตริย์ชาร์ลส์ที่สาม” ทรงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรับมือกับภาวะฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศ และความหลากหลายทางชีวภาพของโลก โดยมีพระราชดำรัสถึงวิกฤติการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศว่า ความท้าทายที่โลกของเรากำลังเผชิญอยู่นั้น ทั้งยิ่งใหญ่และลึก โดยความท้าทายที่คงอยู่กับเรามากที่สุดคือ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ภาวะโลกร้อน และการทำลายธรรมชาติ
อีกหนึ่งกิมมิกที่ต้องพูดถึงคือ การสร้างสีสันของ “สมเด็จพระราชินีคามิลลา” ที่โชว์ลีลาตีปิงปองประชันกับสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของฝรั่งเศส “บริจิตต์ มาครง” ระหว่างตามเสด็จฯพระสวามีไปเยี่ยมชมศูนย์กีฬาชุมชนที่ย่านแซงต์-เดอนี ทางตอนเหนือของปารีส นอกจากนี้ ยังทรงตีปิงปองร่วมกับนักกีฬาปิงปองเยาวชนของฝรั่งเศสด้วย
...
นอกจากภารกิจหลักๆแล้ว “กษัตริย์ชาร์ลส์ที่สาม” และ “ควีนคามิลลา” ยังเสด็จไปเยือนตลาดควีนเอลิซาเบธที่สอง ซึ่งเป็นตลาดจำหน่ายดอกไม้สดในกรุงปารีส พร้อมมีพระราชปฏิสันถารกับประชาชนที่มาเฝ้าฯรับเสด็จ ก่อนจะเดินทางไปยังมหาวิหารนอเทรอดาม เพื่อทอดพระเนตรการบูรณปฏิสังขรณ์ หลังได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่เมื่อกลางปี 2019 คาดว่าจะสามารถเปิดให้เข้าชมอีกครั้งราวเดือนธันวาคม 2024 ปิดท้ายการเสด็จเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรกในฐานะกษัตริย์ ด้วยการเสด็จไปยังเมืองบอร์กโดซ์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ซึ่งมีชุมชนชาวอังกฤษขนาดใหญ่อาศัยอยู่
นับว่าเป็นการเปิดศักราชใหม่บนเวทีโลกได้อย่างน่าประทับใจ ภายใต้รัชสมัยของ “กษัตริย์ชาร์ลส์ที่สาม” กษัตริย์ผู้มุ่งหมายที่จะทรงทำให้โลกเห็นว่าการปฏิรูปสถาบันขนานใหญ่ให้ทันสมัยและมีขนาดกะทัดรัดแต่แข็งแรง คือทางรอดทางเดียวที่จะปกป้องราชบัลลังก์จากการถูกดิสรัปชัน.
ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
...