ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ ประกาศเตือนให้ผู้ปกครองเฝ้าระวังไวรัส RSV หลังพบการระบาดในเด็กเล็กเพิ่มสูงขึ้นในระยะนี้ โดยเฉพาะในพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ หรือ CDC แจ้งเตือน พบการระบาดของเชื้อไวรัส RSV เพิ่มสูงขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะในผู้ป่วยกลุ่มเด็กเล็ก ในพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ โดยตามปกติแล้ว เชื้อไวรัส RSV จะเริ่มระบาดในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ต่อเนื่องไปจนถึงฤดูหนาว คล้ายกับไข้หวัดใหญ่และเชื้อไวรัสเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอื่นๆ แต่ในปีนี้พบว่า การระบาดของเชื้อ RSV เพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติ ทั้งในรัฐฟลอริดา และจอร์เจีย

โดยในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเฉลี่ยของการตรวจหาเชื้อ RSV ใน 3 สัปดาห์ในรัฐฟลอริดาสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ 5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนับว่าเกินเกณฑ์ในช่วงเริ่มต้นฤดูกาล RSV ถึง 3%

ส่วนในรัฐจอร์เจีย ผู้ติดเชื้อ RSV อายุต่ำกว่า 4 ปีที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นจาก 2.0 ต่อประชากร 100,000 คน ในช่วงสัปดาห์ที่ 5 สิงหาคม กลายมาเป็น 7.0 ต่อประชากร 100,000 คน ในช่วงสุดสัปดาห์วันที่ 19 สิงหาคม และเป็นที่น่าสังเกตว่า เด็กส่วนใหญ่ที่ต้องเข้าโรงพยาบาลมีอายุน้อยกว่า 1 ขวบ

...

ทาง CDC จึงฝากไปยังหน่วยงานดูแลเด็กและผู้สูงอายุ ให้เฝ้าระวังไวรัสนี้อย่างใกล้ชิด เพราะเป็นโรคที่อันตรายต่อวัยทารก และเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กที่เกิดก่อนกำหนด เด็กที่ภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือมีโรคประจำตัวเช่นโรคปอด โรคหัวใจ รวมไปจนถึงผู้สูงอายุด้วย

ทั้งนี้ เมื่อปีที่แล้ว การระบาดของ RSV เกิดขึ้นเร็วกว่าปกติ โดยเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมก่อนจะลดลงในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งในช่วงนั้นอาจจะเกี่ยวเนื่องกับการล็อกดาวน์จากโควิดต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2020-2022 ทำให้อัตราการติดเชื้อลดลงไปโดยปริยาย โดยในทุกๆ ปีจะพบเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีต้องเข้ารักษาอาการในโรงพยาบาลราว 58,000-80,000 คน และพบผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปติดเชื้อราว 60,000-160,000 คน ขณะที่มีเด็กต้องเสียชีวิตจาก RSV ปีละประมาณ 100-300 ศพ และมีผู้สูงอายุเสียชีวิตจาก RSV 6,000-10,000 ศพ

สำหรับอาการของเชื้อไวรัส RSV จะแสดงอาการอยู่ราว 4-6 วัน หลังได้รับเชื้อ โดยจะมีไข้ น้ำมูกไหล จาม ไอ คัดจมูก และเบื่ออาหาร เป็นต้น.

ที่มา : ABCnews

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ "โรคRSV"