ญี่ปุ่นเพิ่มเงินช่วยเหลือภาคประมงที่ได้รับผลกระทบจากการที่จีนห้ามนำเข้าอาหารทะเลญี่ปุ่นทั้งหมด จากกรณีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะเริ่มปล่อยน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีลงแปซิฟิก

เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน รัฐบาลญี่ปุ่นได้เพิ่มเงินช่วยเหลือภาคประมงอีก 2.07 หมื่นล้านเยน (4.9 พันล้านบาท) จากเดิม 8 หมื่นล้านเยน (1.9 หมื่นล้านบาท) เพื่อช่วยเหลือชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากการที่ประเทศจีนห้ามนำเข้าอาหารทะเลญี่ปุ่นทุกชนิด เนื่องจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะเริ่มปล่อยน้ำบำบัดที่มีการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก

อย่างไรก็ดี การอนุมัติเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานว่า กลุ่มชาวประมงและชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้ฟุกุชิมะรวมตัวกันมากกว่า 100 ราย เตรียมยื่นฟ้องศาลเพื่อขอให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์หยุดปล่อยน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีลงสู่ทะเลภายในสัปดาห์นี้

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เมืองฟุกุชิมะ เริ่มปล่อยน้ำบำบัดภายในโรงไฟฟ้าที่มีการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา นับเป็นเวลาถึง 12 ปีหลังจากเหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหว และคลื่นยักษ์สึนามิ ทำให้เกิดการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เมื่อปี 2554

แม้ทางการญี่ปุ่น และหน่วยงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) จะยืนยันว่าการปล่อยน้ำบำบัดที่มีการปนเปื้อนของกัมมันตรังสีจะมีความปลอดภัย แต่ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งจากในประเทศ และนานาชาติ โดยเฉพาะจีน ที่สั่งห้ามนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่นทุกประเภททันที 

ในส่วนของกลุ่มชาวประมงและชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้ฟุกุชิมะ กล่าวถึงเหตุผลในการฟ้องศาลว่า รัฐบาลยังไม่ได้รับความยินยอมจากกลุ่มชาวประมงก่อนที่จะตัดสินใจปล่อยน้ำปนเปื้อนลงสู่ทะเล แสดงให้เห็นว่าทางการญี่ปุ่นได้เพิกเฉยต่อเสียงคัดค้านของภาคประชาชนและกลุ่มสหกรณ์ชาวประมง 

...

ขณะเดียวกัน รัฐบาลญี่ปุ่นก็ตอบโต้จีนที่ห้ามนำเข้าอาหารทะเลสดจากญี่ปุ่นด้วยการแจ้งไปยังองค์การการค้าโลก (WTO) ว่าการกระทำของจีนเป็นสิ่งที่ “รับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง” และเตรียมเรียกร้องให้จีนยกเลิกมาตรการดังกล่าว 

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : ReutersAFP