สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ชาวโคลอมเบียนับพันออกมาประท้วงคัดค้านรัฐบาล หลังรัฐบาลใหม่ประกาศลดเงินอุดหนุนพลังงานเชื้อเพลิง ทำราคาน้ำมันพุ่งกว่า 50% 

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (28 ส.ค. 66) มีชาวโคลอมเบียจำนวนมากได้นำรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ออกมาชุมนุมในหลายเมืองใหญ่ของประเทศ เพื่อประท้วงเรื่องราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากที่รัฐบาลใหม่ประกาศลดเงินอุดหนุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ผู้ประท้วงกล่าวว่า การกระทำของรัฐบาลนั้นไม่เป็นผลดีต่อกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก และอาจทำให้ราคาอาหารพุ่งสูงตามไปด้วย

อย่างไรก็ดี นายกุสตาโว เปโตร ประธานาธิบดีของประเทศ ที่เพิ่งชนะการเลือกตั้งเมื่อปีที่ผ่านมา อ้างว่ารัฐให้เงินอุดหนุนน้ำมันปีละ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือเป็นจำนวนเงินมหาศาล ทำให้จำเป็นต้องยกเลิกการอุดหนุนส่วนหนึ่ง เพื่อนำไปชำระหนี้ให้กับบริษัทน้ำมันแห่งชาติ Ecopetrol และเพื่อให้รัฐมีเงินทุนสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางสังคม

หนึ่งในผู้ประท้วงกล่าวว่า ธุรกิจขนาดเล็กของเธอต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นถึงสามเท่า เนื่องจากราคาน้ำพุ่งแพงขึ้น 

ในปัจจุบัน ราคาน้ำมันในโคลอมเบียอยู่ที่มากกว่า 14,000 เปโซ (ประมาณ 3.4 เหรียญสหรัฐ) ต่อแกลลอน เพิ่มขึ้นจาก 9,000 เปโซ (ประมาณ 2.5 เหรียญสหรัฐ) ต่อแกลลอนในช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการที่รัฐตัดเงินอุดหนุนอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังของโคลอมเบีย ระบุ รัฐบาลต้องการให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 16,000 เปโซ (4 เหรียญสหรัฐ) ต่อแกลลอน ภายในสิ้นปีนี้ เทียบเท่าราคาน้ำมันในสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี ค่าแรงขั้นต่ำของโคลอมเบียน้อยกว่าสหรัฐฯ ถึง 4 เท่า

นายเปโตร กล่าวว่า ที่รัฐต้องตัดเงินอุดหนุนน้ำมัน เนื่องจากมีแต่กลุ่มคนรวยที่มีรถยนต์ที่ได้ประโยชน์จากเงินอุดหนุนส่วนนี้.

...

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : AP